ชาตินี้ฉันจะไม่แต่งกับคนสารเลวอีก
ชื่อเรื่องต้นฉบับ: 重生七零:回到下乡做知青前一天
นิยายแปลไทย อ่านฟรี อัปเดตตอนต่อเนื่อง
สารบัญ
จางเจียหาวยิ้มอย่างมีนัยยะ “นายก็รู้ว่าเงินของฉันอยู่กับพ่อ ฉันไม่มีเงินในมือเลยสักหยวน” ชายคนนั้นขมวดคิ้วพลางพูดเสียงเบา “ผมได้ยินมาว่าพ่อคุณฟังคุณทุกอย่างเลยนี่” “ฮ่า ๆ ๆ คำพูดพวกนั้นเป็นข่าวลือทั้งนั้น พ่อจะฟังฉันได้ย
ความรู้สึกเหมือนกลืนแมลงวันเข้าไป เหอผิงผิงสะอื้นไห้พลางเอ่ยน้ำเสียงสั่นเครือ “ใช่…สิ่งที่ทำให้ฉันเจ็บปวดที่สุดคือเธอเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของฉัน ทำไมเธอถึงทำกับฉันแบบนี้!” เสิ่นตัวอวี๋ยกชาขึ้นจิบเบา จมูกรู้สึกแสบร้อนความชั่ว
คนรักสาวของเฉินซานสุ่ยร้องไห้น้ำตานองหน้า “ฮือ ๆ ๆ พวกโจรเมื่อคืนยังกล้าบุกเข้ามาถึงห้องของเรา ช่างไม่เกรงกลัวกฎหมายเลย! ถ้าเกิดพวกมันฆ่าเราทั้งคู่ขึ้นมาจะทำยังไง” เฉินซานสุ่ยนั่งอยู่บนโซฟาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดพลางปลอบด้
บรรยากาศภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงันชายหนุ่มที่นั่งอยู่มุมหนึ่งจะลุกขึ้นเอ่ยว่า “ความจริงแล้วเรื่องราคาไม่ใช่ปัญหา ผมแค่อยากถามว่า…ปล่อยเช่าอุปกรณ์ไหมครับ” เสิ่นตัวอวี๋มองชายคนนั้น ลูกน้องข้างกายรีบบอกว่า “นี่คือเถ้าแก่
ตอนนี้เป็นเวลาดึกมากแล้ว หากเป็นเวลาปกติพวกเด็ก ๆ คงจะดีใจกันจนแทบบ้าเมื่อเห็นเสิ่นตัวอวี๋ เธอมองดูสิ่งของที่นำมาด้วยก่อนจะพูดว่า “พวกเราเก็บไว้เผื่อหมู่บ้านหมั่นโถวอีกหน่อยดีกว่า!” กู้เหลียนจับมือเสิ่นตัวอวี๋ไว้ แน่นอนว
แขกหลายคนต่างเข้าใจเป็นอย่างดี พวกเขาได้กินฟรีหนึ่งวันจะไม่ดีใจได้อย่างไร หลังจากพวกนั้นกลับไปหมดแล้ว เสิ่นตัวอวี๋หัวเราะเยาะ “พวกเราอย่าเพิ่งเปิดร้านก่อนดีกว่า!ตราบใดที่เฉินซานสุ่ยยังอยู่ที่นี่ การเปิดร้านของพวกเราจะวุ่
ตอนนี้เฉินซานสุ่ยไม่กล้าแม้แต่จะก้าวขาออกจากบ้าน เสียงเยาะเย้ยและด่าทอดังระงมอยู่ทุกหนแห่ง เขากลายเป็นเหมือนหนูสกปรกที่ทุกคนพร้อมจะรุมตีตลอดเวลา สำคัญที่สุดคือเสิ่นตัวอวี๋ผู้หญิงคนนี้ไม่เล่นตามกติกา เธอกล้าพาคนมาที่บ้านข
เฉินซานสุ่ยไม่ได้พูดไร้สาระ แม้เสิ่นตัวอวี๋จะสวมเพียงชุดเรียบง่ายธรรมดา แต่แค่เพียงมองก็รู้ว่าเธอไม่ใช่คนธรรมดา เสิ่นตัวอวี๋มองเฉินซานสุ่ยด้วยสายตาเย็นชา “พวกคุณต้องการทำอะไร มีอะไรก็พูดกันดี ๆ สิ เพิ่งเข้ามาก็คิดใช้กำลั
สาว ๆ หลายคนถึงกับอ้าปากค้าง “อะไรนะ เธอบอกว่าหัวหน้าจางมาจากสลัมงั้นเหรอ” “อ้าว แสดงว่าพวกเธอยังไม่รู้สินะ! เขาได้งานนี้เพราะเฉินลู่นั่นแหละ ยัยพนักงานหญิงมาใหม่ที่ชอบพูดจาออดอ้อนนั้นแหละ ผู้หญิงคนนี้บ้านรวยมากนะ”หญิงสา
การเปิดร้านหม้อไฟเป็นไปอย่างราบรื่น แม้จะเป็นช่วงฤดูร้อน แต่ร้านกลับได้รับความนิยมอย่างไม่น่าเชื่อ ตอนแรกผู้คนยังลังเล ทว่าเมื่อเห็นใบปลิวหน้าร้านที่ประกาศลดราคาวันแรกครึ่งราคา พร้อมเครื่องดื่ม ใครเล่าจะอดใจไหว ผู้คนแห่ก
ฟาร์มของเสิ่นตัวอวี๋ไม่ได้มีแค่หมูป่าเท่านั้น แต่ยังเลี้ยงกระต่ายป่า ไก่ป่า และกวางป่าอีกด้วย สัตว์ป่าทั้งหมดนี้คือเอกลักษณ์ของฟาร์ม ไก่ทั้งฝูงถูกเลี้ยงแบบปล่อยตามธรรมชาติบนภูเขา ทำให้รสชาติต่างจากไก่ธรรมดา ทั้งสดใหม่และ
ร้านหม้อไฟเก่าแก่ในเมืองหลวงปิดปรับปรุงอยู่หนึ่งเดือนเต็ม ระหว่างนั้น กู้ฮ่าวจืออยู่ที่เมืองหลวงและยุ่งวุ่นวายมาก พอการปรับปรุงเสร็จสิ้น เขาก็รีบแจ้งข่าวดีแก่เสิ่นตัวอวี๋ทันที ขณะนี้ ชาวบ้านจากหมู่บ้านหมั่นโถวได้ตั้งรกรา
ของล้ำค่าในหีบนับสิบใบของหญิงชราเสิ่น ทำเอาเสิ่นตัวอวี๋ตะลึงจนพูดไม่ออก เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าหญิงชราธรรมดาคนหนึ่งจะเก็บซ่อนสมบัติล้ำค่าไว้มากมายเช่นนี้ เฟิ่งกวาน*[1] ‘ประกาศิตจากสวรรค์’ แห่งราชวงศ์ชิง เฟิ่งกวานซึ่งประดับ
เสิ่นเทาและฉินเซียว ทั้งสองเป็นคุณชายที่มีหัวการค้าอยู่ไม่น้อย แม้จะไม่ลงมือทำธุรกิจบ่อยนัก แต่ทุกครั้งที่ลงมือก็มักจะสร้างกำไรมหาศาล แต่สุดท้ายแล้ว การทำธุรกิจก็ต้องอาศัยโชควาสนาเหมือนกัน เสิ่นเทาตาแดงด้วยความร้อนใจ “พี
ผู้จัดการร้านอาหารของรัฐวิ่งออกมาขอโทษทันที “คุณชายเสิ่น ขออภัยอย่างยิ่งครับ คนพวกนี้ไม่รู้กาลเทศะ วันนี้พวกเราขอเลี้ยงโต๊ะพวกคุณเองครับส่วนพวกนายรีบไปได้แล้ว พวกเขาจะไปสนใจคนต่ำต้อยอย่างพวกนายได้ยังไง” คำพูดของเขาทั้งเป
ไม่ใช่แค่ป้าใหญ่เท่านั้นที่งุนงง แม้แต่ฉินเซียวก็ยังรู้สึกประหลาดใจ ไม่นานก็ถึงตาของแม่ล่จวิน เธอถือเอกสารสิทธิ์บ้านไว้แน่นด้วยท่าทีระมัดระวัง พลางพูดขึ้นว่า “น้องสาว บ้านหลังนี้ของฉันทำเลดีมากจริง ๆ คุณช่วยเพิ่มราคาให้อ
ผู้จัดการอู๋แค่นแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา “เธอคิดว่าไม่อยากดื่มก็ไม่ต้องดื่มเหรอ แค่โจ๊กธรรมดาชามเดียวเท่านั้น มีอะไรให้ต้องกลัวด้วย” หงเหมยตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัว ยานี้เป็นยาที่อู๋เสี่ยวเหล่ยให้มา เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าม
อู๋เสี่ยวเหล่ยถูกโยนลงบนพื้นอย่างแรง เขาลูบก้นแล้วสถบเสียงดัง “ไอ้เวรเอ๊ย แย่งบ้านของฉันไปไม่พอยังกล้ามาวางท่าใหญ่โตอีก ไม่รู้หรือไงว่าในเมืองหลวงใครใหญ่” “จริงครับพี่เหล่ย! พี่ต้องจัดการเธอให้เข็ดหลาบแต่ตอนนี้ยังไงก็ต้อ
คุณปู่อู๋พยักหน้าให้ เสิ่นตัวอวี๋พาเขาไปห้องหนังสือเพื่อตรวจชีพจร เธอเอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “อาการของคุณค่อนข้างรุนแรง ความจำของคุณคงเริ่มไม่ได้ดีแล้วใช่ไหมคะ” คุณปู่อู๋มองเธออย่างประหลาดใจ “ใช่ ตอนนี้ฉันหลง ๆ ลืม ๆ บ่อย
เสิ่นเทามีความสามารถจริง ๆ เสิ่นตัวอวี๋วางกระเป๋าลงก็เข้าไปอาบน้ำชำระร่างกาย หลังจากอาบน้ำเสร็จก็ไปหากู้เหลียนที่ห้องข้าง ๆ ภายในห้องนั้น เสิ่นเทากำลังพูดคุยอย่างออกรสกับกู้จิ่ว กู้ตงเทียน กู้ฮ่าวจือ และกู้เหลียน “พวกคุณ
เสิ่นตัวอวี๋อยากจะบอกกับอีกฝ่ายเหลือเกินว่าในอนาคตราคาเรือนสี่ประสานจะพุ่งสูงขึ้นจนน่าตกใจถึงขั้นอยากซื้อก็ซื้อไม่ได้ การซื้อร้านค้าและเรือนสี่ประสานครั้งนี้ ไม่ใช่เพื่อตัวเธอคนเดียว แต่ยังวางแผนจะพาเหอผิงผิงไปซื้อเรือนส
โจวเซิงเซิงรีบพยักหน้ารับอย่างมุ่งมั่น “ผมจะทำเต็มที่ เพื่อให้หนังเรื่องนี้ออกมาดีที่สุดครับ!” หลิวเหวินเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนถามด้วยน้ำเสียงกังวล “พี่ใหญ่ ลงทุนถ่ายละครสองเรื่องพร้อมกัน คุณไม่รู้สึกว่ามันกดดันเกินไปเหรอ ผ
เมิ่งซานเสี่ยงก้มหน้านิ่งไม่พูดอะไร ใบหน้าอายระคนคิดถึงลู่ซินยังคงติดตา แม้เมื่อคืนเขาจะพูดจากระด้างไปบ้าง แต่ในใจกลับยังรู้สึกดีต่อลู่ซินอยู่เสมอ ชายใดเล่าจะไม่หลงใหลในรูปโฉมงดงาม ผู้ชายส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนั้นทั้งนั้น แม่
เมิ่งซานเสี่ยงไม่คิดว่าครั้งนี้คุณตาสวีจะทำอะไรรุนแรงขนาดนี้ เขามองจางเจิ้งอี้ด้วยสายตาเย็นชา “นายก็แค่สุนัขรับใช้ของเขา มีอะไรให้ภาคภูมิใจกันหนักหนา” จางเจิ้งอี้หัวเราะลั่น “เมิ่งซานเสี่ยง ฉันละยอมแพ้นายจริง ๆ ผ่านมาหลา
ครั้นคิดถึงคนคนนั้น เขาก็ขมวดคิ้วพูดว่า “เรื่องของแม่แกฉันจัดการเอง ฉันรับรองว่าหล่อนจะไม่มารบกวนพวกฉันอีก เอาล่ะ ฉันไปล่ะ” หลังจากลุงรองหมิงและสวีหยางกลับถึงบ้าน เขาก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้คุณตาฟัง คุณตาสวียิ้มตาหยีพูดว่า
เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อเริ่มทำงานได้ไม่นาน สี่เชวี่ยก็พาผู้หญิงกลุ่มใหญ่ เดินเรียงแถวเข้ามาในโรงงาน พวกผู้หญิงเหล่านี้ยังคงสวมใส่เสื้อผ้าที่ทั้งเก่าและขาด สี่เชวี่ยยิ้มพูดว่า “คนพวกนี้ยังเป็นคนจากสลัม พวกเธอแค่อยากหางานทำ
เสิ่นตัวอวี๋มองดูภาพวาดในห้องโดยสารเรือ นั่นไม่ใช่ภาพวาดของแวนโก๊ะเหรอ ‘ทานตะวันสิบสี่ดอก’ และอีกภาพหนึ่ง ‘ราตรีประดับดาว’ แขวนอยู่ด้านหลังโต๊ะทำงาน เสิ่นตัวอวี๋ชี้ไปที่ภาพทั้งสองภาพและพูดว่า “สามี ช่วยฉันเก็บภาพทั้งสองน
เสิ่นตัวอวี๋หยิบกับข้าวที่ห่อกลับมาด้วยแล้วยื่นให้แม่สามี “แม่คะ วันนี้พวกเราไปกินข้าวที่ร้านอาหารของรัฐมา มีธุระต้องเลี้ยงผู้นำจากในเมือง แล้วก็ห่ออาหารมาให้แม่ด้วยนะ!” แม่กู้เหลียนบ่นเบา ๆ “พวกลูกออกไปกินกันเองก็พอแล้ว
มีคนมารายงานว่า “เลขาฯ ครับ ดูเหมือนจะไม่มีคนอยู่ในหมู่บ้านหมั่นโถวเลย ข้าวของแต่ละบ้านเหมือนถูกขนออกไปหมดแล้ว” เฉาจวินมองเบิกตากว้างไม่อยากเชื่อ “ว่ายังไงนะ!? หมู่บ้านนี้มีคนเป็นร้อย พวกเขาจะหายตัวไปทั้งหมดพร้อมกันแบบนี
คนพวกนี้ไม่ควรได้รับความไว้ใจเลยจริง ๆ พอหันหลังปุ๊บก็สามารถสร้างเรื่องทันที เมื่อเดินทางมาถึงหมู่บ้านหมั่นโถว เสิ่นตัวอวี๋กลับพบว่าที่นี่ไร้ผู้คนอย่างน่าประหลาด เธอค้นหาอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งไปพบชาวบ้านทั้งหมดรวมตัวกันอย
ตอนนั้นกู้ไป๋หนิวไร้ยางอายจนเกินทน เขาอยากได้บ้านของพวกเธอมานาน ถึงขนาดพาผู้ชายเป็นสิบมาสร้างปัญหาให้เสิ่นตัวอวี๋ รอยยิ้มบนใบหน้าของเสิ่นตัวอวี๋ยิ่งลึกซึ้งขึ้น “อา…พวกคุณนัดรวมกลุ่มพี่น้องร่วมชะตากรรมกันหรือไง มันไม่ง่าย
หยกชิ้นนี้แม้จะไม่ได้ใหญ่นัก แต่กลับเปล่งประกายอย่างงดงาม การประเมินหยกนั้นพิจารณาจาก ‘สี’ เป็นหลัก ตามด้วยระดับความโปร่งใส เนื้อหยกและความบริสุทธิ์ของมัน เสิ่นตัวอวี๋ส่องไฟตรวจสอบอยู่นาน ก่อนจะมั่นใจว่านี่คือ ‘หยกมังกรห
เสิ่นตัวลี่มองเสิ่นตัวอวี๋ด้วยสายตาเกลียดชัง “พวกเราไม่มีเงินหรอก แต่น้องสาวฉันมีเงิน พวกคุณไปขอเธอสิ” ผู้หญิงคนนั้นที่ทุกคนเรียกว่าชุ่ยฮวามองเสิ่นตัวอวี๋แล้วพูดเสียงเข้ม “ใช่ แม่ พี่สาวและน้องสาวของคุณเผาบ้านฉัน เพราะฉะ
เสิ่นตัวอวี๋ยิ้มบาง ๆ แล้วเดินกลับเข้าไปในบ้านฟ้าผ่าคงไม่น่ากลัวเท่าวันที่ถูกพวกนั้นเชือดเฉือนหัวใจเป็นพัน ๆ ชิ้นหรอก เธอไม่ได้คิดจะแก้แค้นพวกตระกูลเสิ่นหรอกเธอแค่อยากใช้ชีวิตให้ดี แล้วค่อย ๆ เฝ้ามองดูจุดจบของพวกเขาเอง ค
จางหมิ่นเอ๋อร์มองหน้าพวกเขาแล้วถามเสียงเข้ม “ผู้หญิงคนนั้นกลับไปตะวันออกเฉียงเหนือแล้วเหรอ” พวกเขาสะดุ้ง ตอบเสียงหลง “ครับ! กลับไปแล้วพวกเราคอยจับตาดูอยู่ตลอด ส่งถึงเขตตะวันออกเฉียงเหนือแล้วถึงได้กลับมา” จางหมิ่นเอ๋อร์เด
หลิ่วหงมองด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน “ไม่คิดว่าคุณหนูตระกูลเฝิงอย่างถังถังจะกลายเป็นขโมยไปได้ จิ๊ ๆ ๆ เฝิงซู่เจินหรือว่าเธอเสียสติแล้วเหรอ” เฝิงซู่เจินสะอื้นไห้ พยายามพูดปกป้องตัวเอง “พวกคุณ…ต้องเป็นพวกคุณแน่ ๆ ที่พยายามใส่ร้าย
หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงสถานที่เกิดเหตุ พวกเขาก็ตัดสินใจตรวจค้นตัวผู้ร่วมงานทั้งหมดอย่างละเอียด ทุกคนถูกพาตัวเข้าไปสอบสวนทีละคน ไม่ต่างอะไรจากผู้ต้องหา มีตำรวจคนหนึ่งมองดูเสิ่นตัวอวี๋กับหลิ่วหงแล้วหัวเราะ “โอ้! วันนี้โช
พูดตามตรง โจวเยี่ยนไม่ได้มีหน้าตาโดดเด่นอะไร หากไม่ได้เป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก เขาก็ไม่ได้มีอะไรน่าดึงดูดเป็นพิเศษเลย หลิ่วหงถอนหายใจพูดว่า “จำเป็นด้วยหรือที่ต้องพูดจาแรงขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันไม่ได้ยึดติดกับเขาคนเดียว
เสิ่นตัวอวี๋มองดูสีหน้าของเธอที่เหมือนจะกินคนได้ แล้วยิ้มบาง เฝิงซู่เจินคนนี้น่าสนใจจริง ๆ ตอนนี้ใบหน้าเธอบิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธ พวกเธอทั้งสองมาถึงก่อน ส่วนกู้เหลียนกับกู้จิ่วไปซื้อรองเท้าหนัง และคงจะมาถึงในไม่ช้า เพื่อ
หลิ่วหงมองเด็กสาวตรงหน้าที่ดูอ่อนแอนุ่มนวลแล้วพูดว่า “ตัวตัว คุณทำชุดราตรีเป็นด้วยเหรอ” เสิ่นตัวอวี๋ยิ้มพลางตอบ “แน่นอนค่ะ ฉันจะทำชุดราตรีแบบค่อนข้างมิดชิดสองชุดนะ ถ้าไปซื้อชุดราตรีข้างนอก ราคาค่อนข้างสูงและไม่คุ้มค่าราค
แต่ตอนนี้การรับสมัครคนงานเป็นเรื่องสำคัญแต่ก็ไม่คิดว่าตอนเที่ยงจะมีคนแห่มามากขนาดนี้ กู้เหลียนกับจางจิ่งชุนมองดูฝูงชนข้างนอกถึงกับเหงื่อแตกพลั่ก กู้เหลียนพูดขึ้นด้วยความตกใจ “มันเกิดอะไรขึ้นทำไมคนถึงได้เยอะขนาดนี้ หรือว่
หลิ่วหงเก็บแผงอย่างจนปัญญาแล้วพูดว่า “คนอื่นแค่เห็นว่าใช้ได้ก็รับเข้าทำงานเลย แต่คุณยังต้องคัดกรองอีกรอบ น้องสาว ฉันไม่ได้ว่าคุณนะแต่ฉันว่าจริง ๆ แล้วเรื่องรับคนงานมันง่ายมาก พวกเราสามารถรับเข้าทำงานแล้วค่อย ๆ คัดเลือกได
ทองคำแท่งนี้มีมูลค่าประมาณหนึ่งพันหยวนพนักงานขายถึงกับตาค้าง “นี่… นี่มันไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะครับ! ถ้ามีใครตรวจพบเข้า… ไม่ได้ ไม่ได้เลยจริงๆ!” เงินจำนวนนี้ถือว่าเป็นก้อนโตทีเดียว สำหรับยุคนี้ หนึ่งพันหยวนถือว่าเยอะมาก เสิ
กู้เหลียนรู้สึกตกใจเล็กน้อย ไม่คาดคิดเลยว่าเสิ่นตัวอวี๋จะพูดถูก—นโยบายของประเทศมาถึงแล้วจริง ๆ สวีหยางหัวเราะก่อนพูดว่า “ไม่คิดใช่ไหมล่ะ!เพราะฉะนั้นพวกคุณก็ควรตั้งใจทบทวนบทเรียนให้มาก ๆ จะได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ ได้ เม
กู้ต้าหนิวมองทองคำที่หลอมเสร็จแล้วก่อนพูดอย่างไม่เข้าใจ “พี่สะใภ้ทองคำก็ดีอยู่แล้ว ทำไมต้องเอาไปหลอมด้วยล่ะ” เสิ่นตัวอวี๋ยิ้มบาง “เพราะหลอมแล้วถึงจะเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ไง” ทองคำส่วนใหญ่มีการตีตราเครื่องหมาย เช่นกลุ่มเอชท
เจิ้งเจี๋ยหัวเราะพรืดออกมา “ฉันเพิ่งเคยเจอแบบเซี่ยจั่วเอ่อร์แบบนี้เป็นครั้งแรก ผู้หญิงคนนั้นแสดงเก่งจริง ๆ ผู้ชายชอบอะไรแบบนี้สินะ” โจวเซิงเซิงโบกมือ “อย่าเอาฉันไปรวมด้วยนะเสียงออดอ้อนนั่นฟังแล้วทำให้ฉันขยะแขยงชะมัด” ทุก
พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา เหอผิงผิงเปิดประตูเข้ามาอย่างร่าเริ่ง พอเห็นเสิ่นตัวอวี๋ ใบหน้าก็เต็มไปด้วยความดีใจ “ตัวตัว! ฉันคิดถึงเธอมากเลย!” เธอพูดพลางจะเข้าไปกอดเสิ่นตัวอวี๋ แต่กลับถูกกู้เหลียนกั้นไว้ก่อน เหอผิงผิงกลอกตามองบน
เสิ่นตัวอวี๋จิบชาพลางตั้งใจฟังอย่างเงียบ ๆ ความจริงแล้วเธอชอบฟังเรื่องซุบซิบนินทาเป็นที่สุด คุณตาสวีไม่ได้ถือว่าเธอเป็นคนนอก จึงพูดต่ออย่างไม่ปิดบังว่า “ตอนที่สวีกุ้ยเซียงจะแต่งงานกับเมิ่งซานเสี่ยงฉันก็สืบประวัติเขาไว้แล
พูดตามตรง ฝีมือการทำกุ้งมังกรของแม่กู้เหลียนตอนนี้ดีมาก เมิ่งเฟยอวิ๋นเองก็อดไม่ได้ที่จะกินไปหลายตัวเข้าให้ ทว่าทุกครั้งที่แม่กู้เหลียนเห็นเขาเอื้อมมือไปหยิบกุ้ง เธอก็มองเขาด้วยสายตาไม่เป็นมิตรนักพร้อมกับไอเบาๆ เป็นเชิงเต
เสิ่นตัวอวี๋เดินวนสำรวจไปรอบห้อง น่าเสียดายที่ผู้หญิงคนนี้นอกจากกล่องเครื่องประดับเงินทองรวมถึงนาฬิกาข้อมือต่าง ๆ แล้ว ส่วนที่เหลือก็มีแค่เสื้อผ้า เครื่องสำอาง และกระเป๋าทั้งนั้น ผีสามมองห้องแต่งตัวแล้วอดพูดไม่ได้ว่า “ลู