ชาตินี้ฉันจะไม่แต่งกับคนสารเลวอีก
ชื่อเรื่องต้นฉบับ: 重生七零:回到下乡做知青前一天
นิยายแปลไทย อ่านฟรี อัปเดตตอนต่อเนื่อง
สารบัญ
ฟู่ต้าเยี่ยมองหญิงสาวตรงหน้า สีหน้างุนงงค่อย ๆเปลี่ยนเป็นเรียบเฉย “อันหราน ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่” หลินอันหรานยิ้มกว้าง “ทำไมล่ะ ฉันมาเยี่ยมคุณปู่ฝูไม่ได้หรือไง แล้วในมือนั่นอะไรน่ะ” “อ๋อ! ยาจีนน่ะ…” หลินอันหรานเบ้ปาก “ฉ
เสิ่นตัวหมิ่นหัวเราะเยาะ “เสิ่นตัวอวี๋จะไปหาของจริงมาจากไหนกัน พวกคุณหวังสูงเกินไปแล้ว ภาพนี้คงเก็บมาจากข้างถนนนั่นแหละ” ผู้คนรอบข้างต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ “จะเป็นของจริงได้ยังไง ถ้าเป็นของจริงภาพนี้คงราคาแพงมากอย่างน้อ
พูดตามตรง เสิ่นตัวอวี๋รู้สึกประหลาดใจไม่น้อยเมื่อได้รับบัตรเชิญ “ทำไมตระกูลฟู่ถึงเชิญเราด้วยนะ” กู้เหลียนคิดสักครู่แล้วพูดว่า “อาจเป็นเพราะตอนนี้คุณเริ่มทำธุรกิจกับพวกเขาก็ได้” แม้จะมีความเกี่ยวข้องทางธุรกิจ แต่ก็เพิ่งเร
ฟู่ต้าเยี่ยไม่คาดคิดว่าเสิ่นตัวอวี๋จะตอบตกลงง่ายดายถึงเพียงนี้ เขาไม่เคยพบใครที่ทำธุรกิจแบบตรงไปตรงมาเช่นนี้มาก่อน สินค้าล็อตแรกถูกจัดส่งมาอย่างรวดเร็ว และห้างตระกูลฟู่ก็เกิดปรากฏการณ์เช่นเดิม เสื้อผ้าแขวนขึ้นไม่ทันไรก็ห
ฟู่ต้าเยี่ยมองที่เสิ่นตัวอวี๋ด้วยรอยยิ้มแล้วกล่าวว่า “ฟู่เสี่ยวเยี่ย อย่าใส่ร้ายคนอื่นเลย ฉันอุตส่าห์สืบจนหาคุณเสิ่นตัวอวี๋จนเจอ คุณมีเวลาว่างไหมครับม เรามาคุยเรื่องการร่วมมือกันดีไป” สีหน้าของฟู่เสี่ยวเยี่ยเปลี่ยนทันที
ในเรื่องนี้เสิ่นตัวอวี๋รู้สึกชื่นชมผู้ชายคนนี้มากเธอนำกลุ่มคนเดินเข้าไปยังเขตโรงงานต่อ โรงงานแห่งนี้ค่อนข้างใหญ่ แบ่งออกเป็นสามส่วน จี้หย่งใช้ผ้าเช็ดน้ำตาพลางกล่าวว่า “โรงงานแรกเดิมทีใช้ผลิตรถยนต์ ส่วนอีกสองแห่งที่เหลือ
เมื่อจางเจียหาวเดินออกมาก็เห็นผู้คนสิบกว่าคนยืนล้อมเสิ่นตัวอวี๋อยู่ หนึ่งในนั้นซึ่งดูจะเป็นหัวหน้ากล่าวขึ้นว่า “ทำไมพวกเขาทำได้ แต่พวกเราทำไม่ได้…” เสิ่นตัวอวี๋มองชายคนนั้นอย่างแปลกใจ ถ้าถามว่าชายคนนี้เป็นใคร ก็บอกได้เลย
ในที่สุดกู้ต้าหนิวก็ได้พบกับช่วงเวลาที่ดีของชีวิตพอไม่มีแม่สามีคอยจ้ำจี้จ้ำไช จะตื่นสายแค่ไหนก็ได้ จะนอนกี่โมงก็ไม่มีใครว่า ตอนเที่ยงยังมีคนเอาอาหารมาส่งให้เธอทุกวันเสิ่นตัวอวี๋คอยให้คนเอาของอร่อยมาส่งให้ไม่เคยขาด ตอนนี้
พูดตามตรง ฉินเซียวมีบางเรื่องที่ไม่กล้าพูด แต่สุดท้ายก็ต้องพูดออกมา เขามองดูเสิ่นเทาอย่างอึดอัด “ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมต้องซื้อเรือนสี่ประสานมากมายขนาดนี้ แค่จ้างคนมาทำความสะอาดก็เหนื่อยแล้ว ฉันคิดว่านะ…” เสิ่นเทาเห็
ความจริงแล้วสวีกุ้ยเซียงเห็นว่าเสิ่นตัวอวี๋ไม่อยู่บ้าน จึงเริ่มใจกล้ามากขึ้น อีกทั้งยังคิดว่ากู้ต้าหนิวเป็นคนที่ง่ายต่อการังแกจึงค่อย ๆ ลองหยั่งเชิงดูว่าเธอจะทนได้แค่ไหน เสิ่นตัวอวี๋แค่นเสียงเย็นชา “แม่สามีของเธอช่างไม่ร
แม่กู้เหลียนมองสองคนตรงหน้าอย่างเป็นมิตรพลางกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้ว ก็ให้คิดว่าเป็นบ้านของตัวเองนะ คนแถวนี้นิสัยดี พูดคุยง่าย ไม่ต้องเกรงใจหรอก นั่งพักไปก่อน เดี๋ยวฉันจะทำอาหารให้สองสามอย่างเอง” “ไม่ต
ยิ่งไปกว่านั้น ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เมื่อผลแห่งกรรมสุกงอม ย่อมปรากฏให้เห็นเป็นธรรมดา วิญญาณนมองเสิ่นตัวอวี๋แล้วก็ยอมรับในใจว่าคำพูดของเธอช่างถูกต้อง “ฉันขอติดตามคุณได้ไหม” เธอถามเสียงเบา เสิ่นตัวอวี๋พยักหน้าและตอบด้วย
เสิ่นตัวอวี๋เริ่มเดินเลือกของด้วยท่าทีตื่นตาตื่นใจ “แจกันใบนี้ใช่ไหม ขนาดเล็กไปหน่อย แต่ว่าสวยมากเลย ฉันจะเอากลับไปใส่ดอกไม้ แจกันสวยขนาดนี้ คุณเอาไปวางตรงนั้นทำไมกัน” เสิ่นตัวอวี๋พูดอย่างสนใจ “กระถางธูปอันนี้ก็ดูดีนะ ถ้
ทั้งสองคนเงียบกริบ มุ่งมั่นลงมือทำร้ายฝ่ายตรงข้ามอย่างรุนแรง หลี่หลานฮวาแทบจะใช้คนผู้นั้นเป็นกระสอบทราย เมื่อระบายอารมณ์เสร็จก็ริบทรัพย์สินทุกอย่างติดตัวของอีกฝ่ายไปจนหมด เมื่อกลับถึงห้อง หลี่หลานฮวาหยิบของที่ยึดมาไล่นับ
เติ้งกวงหมิงถูกด่าจนงุนงง “เธอเป็นใครถึงมาด่าฉันแบบนี้ คิดว่าฉันจะยอมให้เธอมาด่าฉันแบบนี้เหรอ” เสิ่นตัวอวี๋กลอกตาอย่างเบื่อหน่ายพลางพูดว่า “ฉันก็ไม่ได้อยากด่าคุณหรอก แต่ญาติของคุณมากินอยู่ในบ้านฉัน เพราะฉะนั้นแล้วฉันต้อง
ผีสี่เอ่ยอย่างเดือดดาล “ในเมืองหลวงนี่ คนหน้าด้านเยอะจริงๆ! แต่ละคนทำเหมือนตัวเองเป็นบุคคลสำคัญ จะมาบุกบ้านคนอื่นทำไม” ผีห้าหันมามองเธอแล้วกล่าวเตือน “อย่าเพิ่งใจร้อนไปสิ! ลูกพี่จะจัดการเรื่องนี้เอง ถ้าทำไม่ได้จริงๆเขาก็
คนที่ทนผู้จัดการหยางไม่ได้มีมากขึ้นเรื่อยๆ จนมีผู้นำคนหนึ่งเอ่ยอย่างเหลืออดว่า “คุณนิสัยแย่เกินไปแล้ว เรื่องนี้ใครจะรู้ว่าเป็นเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัวกันแน่ ฉันว่าน่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวมากกว่า ไม่อย่างนั้นคนพวกนั้นจะขโ
เสิ่นตัวอวี๋นั่งฟังรายงานจากผีห้า ก่อนถอนหายใจแล้วพูดอย่างเบื่อหน่าย “หยางลี่น่าคนนี้บ้าไปแล้วจริงๆฉันไม่เคยคิดจะยุ่งเกี่ยวกับเธอด้วยซ้ำ ใครจะไปคิดว่าเธอจะตามรังควานไม่เลิก…” ตั้งแต่สมัยเรียนก็ส่งคนมารังแกเธอไม่หยุดหย่อน
เรื่องอื้อฉาวครั้งนี้ เรื่องนี้เป็นฝีมือของเสิ่นตัวอวี๋ที่จ้างนักข่าวเผยแพร่ออกไป ตอนนี้พวกนักข่าวกำลังขาดข่าว เมื่อได้รับเงินค่าจ้างก็ไม่มีใครยอมปล่อยโอกาสนี้ไป หยางลี่น่าตกใจไม่น้อย ตอนกลางคืนเธอนั่งตัวสั่นไม่หยุดอยู่ท
ตอนนี้เสิ่นตัวอวี๋รู้แล้วว่าหยางลี่น่าได้นิสัยมาจากใคร แม่ของเธอช่างโหดร้ายจนเกินจะให้อภับ ถ้าพวกเขาอยากให้เธอตาย งั้นเธอจะทำอะไรก็ไม่เกินไปใช่ไหม ดังนั้นเสิ่นตัวอวี๋จึงสั่งการให้เริ่มปล้นบ้านตระกูลหยาง พ่อของหยางลี่น่าเ
หลี่หลานฮวาผลักชายร่างกำยำตรงหน้าออกไปแล้วพูดว่า “ตัวตัว รีบหนีเร็ว!” เสิ่นตัวอวี๋มองพวกเขาด้วยสายตาเย็นชา “พวกเธอต้องการทำอะไรกันแน่” หยางลี่น่าหัวเราะพลางพูดว่า “เธอคิดว่าเราจะทำอะไรได้ล่ะ ฉันก็แค่จะจับเธอกรีดหน้า แล้ว
ทันทีที่แม่หลี่ได้ยินความจริง น้ำตาก็ไหลพราก “ที่แท้คนที่ทำให้ฉันติดคุกก็คือแกนั่นเอง แกนี่มันเก่งจริง ๆ แล้วเงินที่ฉันเก็บไว้ล่ะอยู่ที่ไหน” ชายคนนั้นหัวเราะเสียงดัง “เงินเหรอ ฮ่า ๆ ๆ หลี่ฟางอย่าถามคำถามโง่ ๆพวกนี้เลย กำ
คนอื่นอาจจะหาไม่เจอแต่สำหรับเสิ่นตัวอวี๋มันไม่ใช่เรื่องยาก เธอมองหลี่หลานฮวาแล้วพูดว่า “เธอไปต้มยาก่อน พอแม่ตื่นขึ้นมาจะได้ดื่มเลย…” หลี่หลานฮวาพยักหน้ารับ รีบออกไปทันที ยาต้มต้องใช้เวลานานกว่าเกือบชั่วโมง เมื่อเธอกลับมา
หลี่หลานฮวาโกรธจนทนไม่ไหว เธอหันไปมองคนกลุ่มนั้นอย่างเหลืออด ก่อนจะพูดเสียงแข็งว่า “พวกคุณพูดกันจบหรือยัง หมอบอกว่าแม่ฉันต้องการพักผ่อน พวกคุณกลับไปได้แล้ว!” หลังจากแม่แต่งงานใหม่ พวกนี้ก็กลายเป็นญาติฝ่ายสามีของแม่ ซึ่งต
หญิงชราเสิ่นไม่อยากให้ชายชราเสิ่นรู้เรื่องเรือนสี่ประสานนี้ เพราะเสิ่นเฉินกวงไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของเธอ แม้ปกติหญิงชราเสิ่นจะแสร้งทำตัวเหมือนคนยากจน แต่แท้จริงแล้วเธอเป็นเจ้าของเรือนสี่ประสานถึงสามหลัง รวมทั้งบ้านที่อยู่อาศัย
“มีค่ะ สองคนนี้เป็นนักสู้ประจำสนามของเรา คนนี้ชื่อหลี่หลานฮวา อีกคนชื่อเฉินฟาง” หญิงสาวกล่าวแนะนำ หลี่หลานฮวาเป็นคนคุ้นเคย ในเมืองเมืองหลวงที่มีขนาดเท่านี้ ในเมืองหลวงที่ไม่ได้ใหญ่มากนัก แม่ของเธอเคยเป็นนักแสดงงิ้ว ส่วนพ
เสิ่นตัวอวี๋ได้รับทองคำแท่งหนึ่งห่อกับเงินอีกหนึ่งถุง ส่วนเสิ่นเฉินหยางทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง ตาต่อไปเสิ่นตัวอวี๋ลงเดิมพันแค่หนึ่งพันหยวนเสิ่นเฉินหยางหัวเราะเยาะ “เฮอะ! กลัวแล้วล่ะสิ” เสิ่นตัวอวี๋แค่นหัวเราะ “
การเดิมพันเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับโลกของการพนัน สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการลงเดิมพันที่สูงเกินตัว และตอนนี้เสิ่นเฉินหยางก็ดูจะเริ่มแสดงอาการผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด “ฮึ…”เสิ่นตัวอวี๋หัวเราะเยาะ ทำให้เสิ่นเฉินหยางโกรธ
ชีวิตที่แท้จริงคือการใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง ก็รู้ได้เองว่าร้อนหรือเย็น แล้วเหตุใดจึงต้องใช้ชีวิตเพื่อให้ผู้อื่นมองดู เหตุใดต้องเอาชีวิตไปผูกกับความเห็นของใคร นั่นเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของความยึดติด คุณชายเก้าพาพวกเขาเดินผ่านระเ
หลีหยวนเป็นสถานที่ที่เสิ่นเฉินหยางชื่นชอบมากที่สุดในชาติก่อน ที่แท้แล้วหลีหยวนก็คือโรงงิ้ว ในยุค 70 โรงงิ้วในเมืองหลวงส่วนใหญ่จะเน้นการแสดงงิ้วแบบดั้งเดิม รวมถึงงิ้วปักกิ่ง งิ้วเหอหนานงิ้วผิงจวี้ งิ้วเหอเป่ย ทว่าหลีหยวนแ
เสิ่นตัวอวี๋ยิ้มพลางมองเธอ “ตกลงค่ะ งั้นเราเซ็นสัญญากันเลยนะคะ!” ครั้งนี้ แม่ของลู่จวินเซ็นสัญญาอย่างรวดเร็วก่อนจะกล่าวว่า “ฮ้อ! น่าเสียดายที่คุณแต่งงานแล้ว ไม่อย่างนั้นคุณกับลูกชายฉันคงเข้ากันได้ดี ฉันขอบอกว่าเงินพวกนี้
ว่านซิงยืนสูบบุหรี่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ไม่ไกลนัก เขามองเหอเสวี่ยนเสวี่ยนพลางเอ่ยขึ้นว่า “ทำไม ตอนนี้คิดจะทิ้งฉันแล้วเหรอ” เหอเสวี่ยนเสวี่ยนสะพายกระเป๋าพลางมองเขาอย่างเย็นชา “ฉันไม่เคยเห็นผู้ชายที่ไร้ประโยชน์เท่านายมาก่อนเลย
ผีสี่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ทนฟังต่อไปไม่ไหว เธอคว้าท่อนเหล็กในมือว่านซิงแล้วฟาดเข้าไปที่ท้ายทอยของชายหน้าแผลเป็นอย่างแรง เสิ่นตัวอวี๋ตกใจ “อย่านะ! นั่นมัน…ท่อนเหล็กเชียวนะ!” เสียง โครม ดังสนั่น ชายหน้าแผลเป็นทรุดตัวลงกับพื้นท
เหอเสวี่ยนเสวี่ยนมายกน้ำชาตั้งแต่เช้า แต่กลับเห็นพ่อสามีแม่สามีทำหน้าบึ้งตึง แม้เธอจะทำตามธรรมเนียม พวกเขาก็ยังแสดงท่าทีเย็นชา ไม่แม้แต่จะมีซองแดงให้เธอแม้แต่ซองเดียว ธอได้แต่นั่งนิ่งด้วยสีหน้าไม่พอใจอยู่ข้าง ๆก่อนที่คุณ
แม่เหอโกรธจนทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอไม่เคยคาดคิดเลยว่า เหอผิงผิง ลูกสาวที่เคยว่านอนสอนง่ายจะกล้าต่อต้านถึงเพียงนี้ เธอคว้าแขนเหอผิงผิงไว้แน่น พลางพูดด้วยน้ำเสียงข่มขู่ “ตอนนี้เธอเข้าไปขอโทษน้องสาว บอกว่า…บอกว่าทุกอย่างเป็นคว
เหอเสวี่ยนเสวี่ยนเช็ดน้ำตาแล้วเอ่ยเสียงขุ่น “แม่ก็บอกเองไม่ใช่เหรอคะ ไม่อย่างนั้นฉันจะยืนหยัดอยู่ในเมืองหลวงได้ยังไง!” ว่านซิงมารับเหอเสวี่ยนเสวี่ยนตอนสิบเอ็ดโมงสิบนาที แม้ในใจเธอจะเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง แต่ก็ไม่อาจแสดง
เสิ่นตัวอวี๋ตรวจชีพจรพวกเขา แม้แต่คุณปู่เหอก็มีอาการของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เธออดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้จึงเอ่ยถามว่า “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกคุณไม่เคยไปพบแพทย์เลยเหรอคะ” “เคยไปมาแล้ว แต่โรคนี้จะว่าหนักก็ไม่หนัก จะว่าเบาก
แม่เหอรีบพูดว่า “พ่อคะ เสวี่ยนเสวี่ยนยังเด็ก ยังไม่รู้ความ อย่าถือสาเลยค่ะ โอ๊ย! ดูลูกสิพูดอะไรออกมา รีบขอโทษคุณปู่เดี๋ยวนี้!” เหอเสวี่ยนเสวี่ยนพูดว่า “ฉันไม่ขอโทษ! เขาก็แค่ลำเอียง รักแต่เหอผิงผิง อะไรดี ๆ ก็ให้เหอผิงผิง
อาหารทะเลที่กินนำกลับมาก็เป็นของจากเมื่อวาน เสิ่นตัวอวี๋กินเกี๊ยวน้ำไปมากกว่าสามสิบลูกท้องอืดไปหมด กู้เหลียนจ้องเธอพลางพูดว่า “ของอร่อยแค่ไหนก็ต้องรู้จักกินให้พอเหมาะ เห็นไหมล่ะ ตอนนี้เป็นยังไงลุกขึ้น เดินสักหน่อยเถอะ” พ
เสิ่นตัวอวี๋อดสงสัยไม่ได้ว่า เวลาค่ำมืดป่านนี้แล้วร้านขายผ้ายังจะเปิดอยู่จริงหรือ กู้ฮ่าวจือพาเธอมายังร้านผ้าเก่าแก่ในย่านหนึ่งและทันทีที่มาถึง เสิ่นตัวอวี๋ก็ต้องตกตะลึงกับผ้าไหมมากมายที่เรียงรายอยู่ โดยเฉพาะผ้าไหมแท้ที่
แค่สองห้องนั้นก็ต้องจ่ายไปห้าร้อยกว่าหยวนแล้ว แต่ตอนนี้เหอผิงผิงกลับซื้อเรือนสี่ประสานสองชั้นได้ เรื่องนี้ถือว่าเรื่องใหญ่มากเลยนะ! เหอผิงผิงยิ้มพลางพูดว่า “ตัวตัวซื้อเรือนสี่ประสานสี่ชั้นเลยนะ เรือนสี่ประสานหลังนั้นสวยม
นี่หรือคือ ‘เรือพยาบาลในน่านน้ำสากล’ ที่เธอเคยได้ยินชื่อมา เสิ่นตัวอวี๋ไม่คิดเลยว่าองค์กรชั่วร้ายเช่นนี้จะมีอยู่จริงในโลกปัจจุบัน เธอเคยอ่านรายงานฉบับหนึ่งซึ่งกล่าวถึงเรือพยาบาลลึกลับ ที่แล่นอยู่ในน่านน้ำสากลและทำหน้าที่
ในกลุ่มบริษัทเคมีคนฉลาดอยู่ไม่น้อย บางคนก็มีความสามารถสามารถคำนวณอะไรบางอย่างออกมาได้จริง ๆ เมื่อข่าวลือที่กระจัดกระจายมารวมกัน เสิ่นตัวอวี๋ก็รู้สึกปวดหัวทันที เพราะนั่นหมายความว่า คืนนี้จะมีเด็กกลุ่มหนึ่งถูกส่งขึ้นเรือ
เหอผิงผิงเห็นหลิ่วหงและเสิ่นตัวอวี๋ปรากฏตัวขึ้นก็อุทานด้วยความตกใจ “ว้าว! พวกเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แล้วทำไมไม่บอกฉันก่อนล่ะ จางเจียหาว ไปซื้อเครื่องดื่มมาเร็ว!” จางเจียหาวจำใจเดินไปที่ร้านขายของชำ เหอผิงผิงพูดต่อด้วยน้
หลิ่วหงเงียบไปชั่วครู่ เธอพาสาวใช้สองคนที่อยู่รับใช้มาตั้งแต่เด็กติดตามมาด้วย จึงไม่จำเป็นต้องลงมือจัดการเรื่องจุกจิกด้วยตัวเอง เมื่อเห็นว่าแม่ของหลิ่วหงอารมณ์เย็นลงแล้ว เสิ่นตัวอวี๋ก็พาหลิ่วหงไปที่เมืองภาพยนตร์ ….. หลิ่
เสิ่นตัวอวี๋พาทุกคนไปยังห้องรับรอง จากนั้นก็จับชีพจรแม่ของหลิ่วหง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “อาการนี้เกิดจากความเครียดสะสม คุณป้าอาจเจอเรื่องไม่สบายใจในชีวิตประจำวันบ่อย ๆ จนเกิดอารมณ์ด้านลบสะสมมาเรื่อยๆ จนถึงจุดหนึ่งก
เมื่อกู้หนานวิ่งหนีไป ซีเสี่ยวเฟิ่งที่อยู่ข้าง ๆ ก็รีบวิ่งตามไปด้วย ในที่สุดโลกก็กลับมาสงบสุขอีกครั้ง เสิ่นตัวอวี๋รู้สึกสดชื่นโล่งใจมากจึงหมุนตัวกลับเข้าบ้าน ความรู้สึกได้ต่อยคนด้วยตัวมันสะใจจริง ๆ หลังเรื่องวุ่นวายผ่านไ
กู้ต้าหู่มองเธออย่างเย็นชาก่อนพูดน้ำเสียงราบเรียบ “ผมเคยบอกคุณแล้วว่าอย่ามารบกวนชีวิตของเรา เมื่อคุณเลือกจะทิ้งพวกเราไปแล้ว ก็อย่าคิดกลับมาผูกมัดเราด้วยศีลธรรม เพราะพวกเราไม่มีวันยอมรับเรื่องแบบนั้น” ซีเสี่ยวเฟิ่งจ้องมอง
“ความสามารถของผู้กำกับหวังรุ่ยเสี่ยงน่ะ พวกเรารู้กันดีอยู่แล้ว มา ๆ ดื่มกันหน่อย” โจวอวี่รีบกล่าวอย่างรื่นเริง หวังรุ่ยเสี่ยงคนนี้ เขาทุ่มเงินเงินก้อนใหญ่กว่าจะเชิญอีกฝ่ายมาร่วมงานด้วยกันได้ เสิ่นตัวอวี๋นั่งกินอาหารเงียบ
โจวเซิงเซิงชอบที่สุดคือการโฆษณาชวนเชื่อและการยกยอตัวเอง แต่เมื่อเสิ่นตัวอวี๋มองดูภาพถ่ายเหล่านี้ ดวงตาก็เป็นประกาย ต้องยอมรับว่าออกมาดูดีจริงๆ ทั้งดูหรูหราและมีระดับ เหอผิงผิงก็สวยมากเหมือน เสิ่นตัวอวี๋เคยสอนเรื่องการถ่า