ข้ามเวลามาเป็นภรรยาสามีขาพิการ
เยว่ฉีตื่นขึ้นมาในร่างหญิงสาวต่างโลกและพบว่าตนแต่งงานกับหานลั่วอี้ อดีตอัจฉริยะที่ถูกพิษจนขาและเส้นลมปราณเสียหาย ชีวิตคู่และการรักษาจึงเริ่มต้นขึ้น
สารบัญ
“ไปนำกล่องมาใส่พืชวิญญาณสองต้นนี้” “ขอรับ” ลูกจ้างรับคำไม่นานก็กลับมาพร้อมกล่องสำหรับเก็บพืชวิญญาณโดยเฉพาะสองกล่อง ทั้งสองแลกเปลี่ยนสินค้าเป็นเงิน เถ้าแก่ร้านกอดกล่องใส่งพืชวิญญาณเอาไว้แน่น มองทั้งสามคนยิ้ม ๆ แค่คิดว่าหล
หลังรถเทียมลาจอดเทียบบนลานจอดคนทั้งหมดต่างทยอยลงจากรถครอบครัวเฟิงและซูอวี้เหยาก้าวลงมาหลังใครเขา รถจนคนก่อนหน้าออกไปหมดแล้วถึงได้ก้าวลงมา สองข้างถนนของเมืองโม่ฉียังคงครึกครื้นเต็มไปด้วยผู้คนไม่ต่างจากไม่กี่วันก่อนหน้า ทว
หานลั่วอี้บอกซูอวี้เหยานำหยกวิญญาณไปขาย ทั้งยังแนะนำร้านที่ไว้ใจได้ให้ด้วย วันนี้ซูอวี้เหยามีแผนจะเดินทางไปขายพืชวิญญาณในเมืองพร้อมกับเพื่อนบ้านทั้งสอง นางจึงตื่นแต่เช้าตรู่ขึ้นมาเตรียมอาหารรวมไปถึงยาสำหรับหานลั่วซาน เช่
เขาไม่ตอบคำถามเอ่ยเสียงเนือยนาบ “คราวหลังขอให้ข้าช่วยได้ ผ่าหินเช่นนี้ลำพังพลังฝึกปราณของข้าสามารถทำได้” ดวงตาหญิงสาวเป็นประกายพลังพิเศษสารพัดประโยชน์เสียจริง เมื่อรู้ว่าหานลั่วอี้สามารถช่วยได้ซูอวี้เหยาก็เดินไปหยิบหินเจ
บ่ายวันเดียวกันซูอวี้เหยากำลังง่วนอยู่กับก้อนหินที่ได้รับมา นางกำลังใช้ความคิดว่าจะทำเช่นไรถึงจะผ่าหินออกเป็นสองส่วนได้ ซูอวี้เหยารู้สึกว่าต้องมีความพิเศษบางอย่างซ้อนอยู่ในหินก้อนนี้ แล้วเหตุใดนางถึงไม่ขอความช่วยเหลือจาก
ซูอวี้เหยาพยักหน้าเข้าใจ ต้องบอกให้ทราบเอาไว้ก่อนว่าผู้ฝึกปราณแต่ละคนใช่ว่าใช้ความพยายามเพียงอย่างเดียวแล้วจะสามารถฝึกฝนจนเก่งกาจกันทุกคนนอกจากคนที่มีทรัพย์สมบัติมหาศาลแล้วต้องเป็นคนที่มีพรสวรรค์ในระดับไม่แย่ เพราะทรัพยา
“ผู้อาวุโส ท่านพอจะมีทางช่วยข้าหรือไม่?” ‘…’ “ผู้อาวุโส?” ‘…’ ยังคงไม่ตอบ ผู้อาวุโสหมิงคงไม่ได้หมายความว่าให้นางขุดพืชวิญญาณทั้งหมดขึ้นมาด้วยตนเองใช่ไหม? ดูจากพืชวิญญาณสองต้นก่อนหน้านางยังใช้เวลาไปถึงครึ่งชั่วยาม !! หากต
ซูอวี้เหยาอาศัยความทรงจำที่ได้จากการอ่านหนังสือเมื่อคืนมองหาไปเรื่อย ๆพืชวิญญาณไม่ใช่ว่าจะหาได้ง่ายหรือมีอยู่เกลื่อนกลาด เพราะฉะนั้นหลังผ่านมาสองเค่อแล้วซูอวี้เหยาจึงยังหาไม่พบแม้สักต้น ทว่าในระหว่างที่นางกำลังจะเดินไปยั
“พี่หลัว พี่เฟิงต้องเดินขึ้นเขาไปอีกไกลหรือไม่ถึงจะพบจุดสำหรับหาพืชวิญญาณ” เดินขึ้นเขามาสองเค่อแล้วทว่าแม้แต่พืชวิญญาณสักตนยังไม่พบ นางเหนื่อยหอบได้แต่หายใจออกมาเสียงดัง อ้าปากพังพาบ ยกมือขึ้นเช็ดหน้าผาก ทั้งสองคนมองมายั
จากนั้นคนทั้งสามก็เดินไปพูดคุยกันไปตลอดทาง ใบหน้าประดับรอยยิ้มอยู่ตลอด จนกระทั่งเกือบจะเดินออกนอกเขตของหมู่บ้านก็มีหญิงชราท่าทางใจดีคนหนึ่งเอ่ยทักทาย “เจ้าบ้านเฟิง สะใภ้เฟิงวันนี้ก็ขึ้นเขาอีกหรือ” ชาวบ้านหมู่บ้านชวีซานส่
“ลั่วอี้ข้าทำอาหารเอาไว้ให้ท่านแล้วรวมไปถึงยาสำหรับลั่วซาน ท่านช่วยป้อนลั่วซานแทนข้าด้วย แล้วก็นี่” ซูอวี้เหยายื่นขวดยหกให้สามี ในนี้บรรจุน้ำแห่งชีวิตผสมเจือจางเอาไว้ ตอนแรกนางตัดสินใจจะผสมเข้ากับน้ำที่ใช้ในการทำอาหาร แต
“เช่นนั้นข้าขอเรียกน้องเยว่ กับน้องหานแล้ว” การพูดคุยแสนสนิทสนมของคนทั้งสี่สร้างประกายความสับสนมึนงงให้คนผ่านไปผ่านมาไม่น้อย มีชาวบ้านหลายคนแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่พอใจที่สองสามีภรรยามาทำความรู้จักกับครอบครัวหาน ถึงกับมี
“คนพิการเช่นข้าสามารถทำให้เจ้ามีความสุขได้จริงหรือ” น้ำเสียงราบเรียบไร้ซึ่งอารมณ์ของหานลั่วอี้ ไม่ได้ทำให้ความสุขบนใบหน้านางลดลงบุรุษผู้นี้ยังคงกังวลว่าเพราะขาทั้งสองข้างจะทำให้นางลำบาก นางจึงเดินเข้าไปใกล้อีกก้าววางมือล
จิตที่ยังหลงเหลืออยู่พึงพอใจกับการแสดงออกอย่างตรงไปตรงมาของนางความรู้สึกเคลือบแคลงใจว่าผู้มีวาสนาตัวน้อยจะเป็นคนละโมบโลภมากสลายลงไปหลายส่วน มีความจริงใจ กล้าพูดออกมาตรง ๆ ถูกใจเขายิ่งนัก ถือว่ามีโชคในระดับหนึ่งที่ได้พบสต
“ของดี ของดี ของดี!!!” น้ำเสียงตื่นเต้นดีใจของซูอวี้เหยาดังระงมไปทั่วพื้นที่นางวิ่งไปตรวจดูโดยรอบ สถานที่แห่งนี้คล้ายกับพื้นที่แถวชนบท มีบ่อน้ำขนาดใหญ่ กลางบ่อน้ำมีต้นไม้ตั้งตระหง่านยืนต้นสูงเด่นเป็นสง่า ไกลออกไปมีภูเขาซ
หลังทานข้าวทั้งสองก็แยกย้ายกันไป หานลั่วอี้เข้ามาในห้องน้องชายต่างมารดา เด็กชายตัวน้อยยังคงหลับไม่ได้สติทั้งยังไม่รู้ว่าจะฟื้นขึ้นมาเมื่อใด เมื่อวานเขาได้ลองตรวจอาการดูแล้วแต่ไม่พบความผิดปกติ มีเพียงความทรงจำบางส่วนที่มี
เช้าแล้ว เมื่อวานกว่าซูอวี้เหยาจะทำความสะอาดบ้านเสร็จเรียบร้อยพอให้นอนได้ก็ใช้เวลาไปไม่น้อย พอเสร็จจากการทำความสะอาดสิ่งที่นางทำต่อจากนั้นคือการหุงหาอาหาร และสิ่งที่ตามมาคือความหนักใจ ซูอวี้เหยาก่อไฟไม่เป็นร้อนให้หานลั่ว
บ้านหลังน้อยนี้มีห้องอยู่ทั้งหมดสองห้องเพียงพอสำหรับพวกเขาสามคนถึงจะยังตะขิดตะขวงใจที่ต้องนอนร่วมห้องกับหานลั่วอี้ แต่ยังไงก็ได้ชื่อว่า เป็นสามีภรรยา นอนห้องเดียวกันก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องไม่สมควร สำรวจบ้านคร่าว ๆ แล้ว ซูอว
รถม้าแล่นไปตามทาง สองข้างถนนจากเดิมได้ยินเสียงพูดคุยจอแจของผู้คนหลังผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยามความวุ่นวายของบ้านเมืองก็ค่อย ๆ จางหายเหลือไว้เพียงความเงียบสงบและท่วงทำนองจากธรรมชาติ ซูอวี้เหยาเลิกผ้าม่านกั้นหน้าต่างขึ้นมองอ
ดวงตาบุรุษหนุ่มเข้มขึ้นมองบิดาด้วยสายตาผิดหวังไม่นานก็สลายหายไป ตนยังจะคาดหวังอันใดได้อีก ในดินแดนที่การฝึกปราณถือเป็นที่สุดกับคนที่ถูกตัดสิน ให้ไม่อาจฝึกปราณต่อได้ ไม่ต่างอันใดกับคนธรรมดา ไม่มีค่าให้เอ่ยถึง “แต่ท่านพี่…
“มาแล้วหรือ” “ลูกมาแล้ว” “เช่นนั้นก็ทำเรื่องแยกบ้าน” “ดูท่านพ่อจะรีบร้อนอยากให้ข้าออกจากจวนหลังนี้เสียเหลือเกิน”ประโยคคำพูดประชดประชันทว่าน้ำเสียงกับไม่อินังขับขอบใด ๆ สายตาหานลั่วอี้มองตรงไปยังผู้ที่ได้ชื่อว่า บิดา เมื่
ดวงตาฉ่ำน้ำแดงเรื่อใบหน้าแดงก่ำมองสบเข้ากับดวงตาสีรัติกาลลุ่มลึกเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติ ในความทรงจำซึ่งวาบผ่านเมื่อสักครู่บอกกับเธอว่าเขาคือ สามี ที่พึ่งตบแต่งกันได้ยังไม่ถึงหนึ่งวันดี หากไม่ใช่เพราะว่ามีผ้าม่านบดบ