ทะลุมิติยุค 70 ครานี้ข้าขอใช้ชีวิตอย่างสุขสำราญ
ชื่อเรื่องต้นฉบับ: 穿书七零:我的炮灰丈夫十项全能
นิยายแปลไทย อ่านฟรี อัปเดตตอนต่อเนื่อง
สารบัญ
เมื่อมาถึงปลายทาง เหล่าปัญญาชนส่วนใหญ่ที่อยู่ในตู้โดยสารเดียวกันต่างพากันลงจากรถไปแล้ว ลู่เซี่ยพยายามหิ้วถุงผ้าใบสองใบฝ่าฝูงชนลงจากรถ เมื่อหันกลับไปมอง ก็ต้องพบว่า นอกจากกู้เซี่ยงหนานจะถือกระเป๋าของตัวเองแล้ว เขายังช่วยซ
ซูม่านพยักหน้าให้พวกเขาและมองไปที่ลู่เซี่ยอีกครั้ง เธอสังเกตว่าลู่เซี่ยมีหน้าตาธรรมดา แต่งตัวก็บ้าน ๆ ดูไม่มีอะไรน่ากังวล เธอจึงยิ้มให้ลู่เซี่ยแล้วเริ่มคุยกับชายหนุ่มทั้งสอง แน่นอนว่าคนที่พูดมากที่สุดคือกู้เซี่ยงหนาน ส่ว
เจียงจวินโหมมีบทบาทในนิยายน้อยมาก เพียงแค่รู้ว่าสุขภาพไม่ค่อยดี ทำงานหนักไม่ไหว และไม่สามารถทนต่ออากาศหนาวเย็นของภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ หลังจากอยู่ชนบทได้เพียงไม่กี่เดือนเขาก็เริ่มไม่สบายตัว จนเมื่อฤดูหนาวมาถึง เขาก็ป่
ตอนนี้ลู่เซี่ยตกใจจนตัวแข็งทื่อไปเลย! เพราะคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ลู่เซี่ยในตอนนี้ คือคนที่เธอเคยเจอมาก่อน และยังจำได้แม่นอีกด้วย นี่ไม่ใช่ผู้ชายที่ชอบให้ผู้หญิงเลี้ยงที่ลู่เซี่ยเคยเจอที่สวนสาธารณะหรอกเหรอ? ทำไมเขาถึงต้องไปช
หลังจากขึ้นรถ ลู่เซี่ยก็หยิบตั๋วขึ้นมาและหาที่นั่งของตัวเอง เป็นที่นั่งสำหรับสี่คน แต่ตอนนี้มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้น ลู่เซี่ยพยายามยกกระเป๋าขึ้นไปเก็บไว้บนชั้นวางสัมภาระเหนือศีรษะ โชคดีที่ช่วงนี้ได้ดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์ ท
ถูกแล้ว ก่อนที่ลู่เซี่ยจะทะลุมิติมา เจ้าของร่างเดิมมีเสื้อผ้าที่ใส่ได้เพียงสองชุด ชุดหนึ่งมีเต็มไปด้วยรอยปะชุนก็ใส่บ่อยหน่อย ส่วนอีกชุดหนึ่งมีเพียงเล็กน้อยจึงไม่ค่อยกล้าใส่ เธอตั้งใจจะเอาไปใส่ตอนไปอยู่ที่ชนบท จริง ๆ แล้ว
หลังจากเดินซื้อของอยู่ทั้งวันและเตรียมของได้หลายอย่างแล้ว ลู่เซี่ยก็ถือกระเป๋าผ้าใบกลับบ้าน เมื่อคนในครอบครัวเห็นลู่เซี่ยกลับมา ก็ไม่มีใครพูดอะไร ส่วนเธอเองก็ดีใจที่ได้อยู่อย่างสงบ ส่วนลู่ชิวและลู่ตงเห็นลู่เซี่ยนำของกลับ
ดูเหมือนจะคาดไม่ถึงว่าลูกสาวคนที่สองที่ปกติจะว่านอนสอนง่าย จะกล้าพูดจาต่อปากต่อคำ แถมยังพูดจาไม่เข้าหูได้ถึงขนาดนี้ ผู้เป็นแม่ชี้นิ้วใส่ลู่เซี่ย เนื้อตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ แต่ก่อนที่จะทันได้พูดอะไร พ่อของเธออก็โยนตะเก
เมื่อคิดแบบนี้ ลู่เซี่ยก็รู้สึกว่าจำเป็นต้องเตรียมตัวให้มากขึ้น ลู่เซี่ยได้ถามมาแล้ว แม้ตอนนี้จะซื้อกระดาษชำระได้โดยไม่ต้องใช้คูปอง แต่ก็มีการจำกัดการซื้อ ซึ่งแต่ละคนซื้อได้น้อยมาก ดังนั้นจึงได้แต่ไปยังสหกรณ์จำหน่ายสินค้
หลังจากลู่เซี่ยออกจากบ้านมาแล้ว เธอก็มุ่งหน้าไปยังตลาดมืดทันที เมื่อไปถึงก็พบว่ามีชายคนเดิมรออยู่ที่นั่น เธอได้ยินจากหัวหน้าจินหมิงว่าเขาชื่อ ‘เฝิงจื่อ’ เฝิงจื่อเห็นลู่เซี่ยมาแล้วก็ดีใจมาก พลางพูดกับเธอเบา ๆ “น้องสาว มาแ
เมื่อเห็นว่าทุกอย่างได้ถูกตัดสินกันอย่างลงตัวแล้ว ลู่เซี่ยจึงไม่อยากอยู่กับพวกเขาอีกต่อไป เธอจึงวางชามและตะเกียบแล้วเดินเข้าห้องไปเลย เมื่อผู้เป็นแม่เห็นว่าลู่เซี่ยยังไม่ได้ทำงาน จึงอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่อคิดแล้วก
“ทำไมจะไม่ดีล่ะ? การสับเปลี่ยนงานเป็นเรื่องปกติ เธอไม่ได้ขายงานซะหน่อย แต่เปลี่ยนให้พี่สาวแท้ ๆ ของเธอทำ” พูดมาถึงตรงนี้ แม่ของเธอก็ทำหน้าบึ้งตึงอย่างไม่พอใจ “หรือว่าเธอไม่อยากให้พี่สาวเธอ?” “ไม่ใช่” ลู่เซี่ยส่ายหัว “ฉัน
หลังจากจับจ่ายใช้สอยอย่างบ้าคลั่ง คูปองสินค้าอุตสาหกรรมก็ใกล้จะหมดแล้ว เดิมทีลู่เซี่ยอยากซื้อเตาและหม้อด้วย คิดว่าหลังจากไปอยู่ชนบทแล้วจะลองทำอาหารเอง แต่เนื่องจากไม่มีคูปองสินค้าอุตสาหกรรมแล้ว คงต้องรอดูอีกที ของเหล่านี
ลู่เซี่ยยังคงรู้สึกหวาดกลัวอยู่บ้าง แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมความกล้าหาญของตัวเอง หากพวกเขามีความคิดไม่ดีอะไร เธอคงหนีออกมาได้ไม่ง่ายนัก โชคดีที่ทุกอย่างราบรื่น อย่างไรก็ตาม ลู่เซี่ยคิดว่าหลังจากนี้ควรจะเพิ่มความสามารถ
หลังจากได้ยินคำพูดของหัวหน้า ลูกน้องทั้งหมดก็หยิบกระสอบที่เตรียมมาแล้วเริ่มตรวจสินค้าทันที พวกเขาตรวจอย่างละเอียดแม้กระทั่งสินค้าที่อยู่ก้นกระสอบ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสิงของเจือปน สิ่งนี้นี่ทำให้ลู่เซี่ยดีใจมาก เนื่องจาก
เมื่อลู่เซี่ยมาถึง ก็พบว่าหัวหน้าหวังได้ให้คนมารออยู่ก่อนแล้ว หลังจากพบกัน ก็พาลู่เซี่ยไปจัดการเรื่องเอกสารทันที เนื่องจากมีหัวหน้าหวังอยู่ด้วย การส่งมอบงานจึงเสร็จสิ้นภายในเวลาอันรวดเร็ว และเนื่องจากลู่เซี่ยยังไม่ได้เข้
หลังจากกินข้าวเสร็จ ลู่เซี่ยไม่ได้เก็บโต๊ะอาหารเหมือนเช่นทุกวัน แต่เธอกลับออกไปล้างหน้าแปรงฟัน ก่อนกลับเข้าห้องนอนไปเลย แม้แต่ตอนที่ลู่ชุนและลู่ชิเข้ามาในห้องเธอก็ยังไม่ตื่น แน่นอนว่าในตอนนี้ลู่เซี่ยไม่ได้หลับสนิทจริง ๆ
“มีอะไร?” ลู่เซี่ยถามอย่างระมัดระวัง ราวกับเตรียมตัววิ่งหนีได้ตลอดเวลา ชายคนนั้นเหมือนจะดูออกว่าลู่เซี่ยระแวดระวังอยู่ จึงพูดออกไปตรง ๆ “ผมแค่ถามว่า ถ้าของของคุณมีเยอะ คุณสามารถขายให้หัวหน้าของพวกเราโดยตรงได้ไหม?” ลู่เซี
ผู้คนที่มาที่นี่ล้วนมีสายตาเฉียบคม มองปราดเดียวก็ดูออกทันที ไม่นานก็มีพี่สาวคนหนึ่งเข้ามาถามอย่างแผ่วเบา “น้องสาว ข้าวสาร ขายยังไงหรอ?” ลู่เซี่ยกดเสียงของตัวเองไว้ว่า “จินละห้าเหมา” “อะไรนะ?! จินละห้าเหมา?! ไปปล้นเขามาหร
หัวหน้าหวังได้ฟังสิ่งเหล่านี้ก็เข้าใจและหัวเราะออกมา “วางใจเถอะ ตราบใดที่คุณตกลงขาย หลังจากนี้ฉันจะเป็นคนจัดการเรื่องเหล่านี้เอง” ได้ยินอย่างนั้นลู่เซี่ยก็วางใจได้ในที่สุด นี่คือเหตุผลที่เธอมาหาหัวหน้าหวัง ว่ากันว่าเขามี
หลังจากได้ยินถามคำถามของหัวหน้าหวัง ลู่เซี่ย็รู้ดีว่าเธอมีโอกาสเพียงครั้งเดียว ดังนั้นจึงไม่รีรอที่จะพูดอย่างตรงไปตรงมา “สวัสดีค่ะหัวหน้าหวัง ฉันชื่อ ลู่เซี่ย ฉันคือหนึ่งในผู้ที่ได้รับคัดเลือกจากการรับสมัครงานของโรงงานหล
ในขณะนั้นเอง ชายหนุ่มดันสังเกตเห็นสายตาของลู่เซี่ย และหันหน้ามองมาทางเธอโดยบังเอิญ การสบตากันอย่างกระทันหัน ทำให้ลู่เซี่ยรู้สึกเขินอายอยู่เล็กน้อย แม้เธอไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง แต่เธอก็ได้ยิน แต่ชายหนุ่มดูจะไม่สนใจอะไร เพีย
หญิงสาวพูดด้วยความชื่นชม ‘อย่างนั้นคุณน่าจะมีความรู้ไม่น้อยเลย ฉันชอบคนที่มีพรสวรรค์ที่สุดเลย!’ จากนั้นก็ได้ยินชายหนุ่มตอบอย่างเย็นชา ‘อย่างนั้นคุณคงผิดหวังแล้วล่ะ ผมไม่ได้มีพรสวรรค์อะไรเลย เป็นแค่คนธรรมดาที่ชอบวาดรูปฆ่า
ประการแรก การลงไปชนบทนั้นเป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้แล้ว ดังนั้น สิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือการเตรียมตัวก่อนลงไปชนบท ปัจจุบันคือ 1973 เหลือเวลาอีกสี่ปีก่อนที่จะมีการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกครั้ง นั่นหมายความว่าเธอจะต้องใช้เวล
ลู่เซี่ยสำรวจสภาพแวดล้อมรอบ ๆ บ้าน บ้านหลังนี้มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก มีพื้นที่เพียงห้าสิบตารางเมตร เป็นบ้านพักที่โรงงานทอผ้าจัดสรรให้พนักงานอาศัยอยู่ที่นี่ บ้านพักของลู่เซี่ยตั้งอยู่บนชั้นสองของอาคารที่เรียกว่า ‘ถงจือโหลว’
เมื่อนึกถึงตรงนี้ ลู่เซี่ยก็หวนคิดถึงเครื่องสีไฟฟ้าขนาดเล็กที่เธอเพิ่งตัดสินใจซื้อไปเมื่อไม่นานมานี้ แต่แล้วก็จบเห่ สิ่งนั้นไม่เหลือแล้ว ลู่เซี่ยรู้สึกเสียดายเหลือเกิน! เพราะลู่เซี่ยตั้งใจจะเอาไว้ใช้ในช่องว่างมิติโดยเฉพา
หลังจากนั้นลู่เซี่ยก็ไม่ได้ปลูกข้าวอีกต่อไป แต่หันไปปลูกผักลงแปลงแทน มีผักหลากหลายชนิด ลู่เซี่ยคิดว่าอย่างนี้เธอคงไม่ต้องซื้อผักอีกต่อไป ประหยัดเงินซื้อผักไปได้เยอะเลย ยิ่งไปกว่านั้น ผักที่ปลูกในช่องว่างมิติยังอร่อยเป็นพ
หลังจากนั้น ลู่เซี่ยก็แอบค้นคว้าจนพบว่ารอยกำเนิดนี้คือ ‘ช่องว่างมิติ’ ช่องว่างมิติมีพื้นที่ประมาณห้าไร่ พื้นที่ตรงกลางมีบ่อน้ำหนึ่งบ่อ บ่อน้ำนี้ก็น่าจะเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ในตำนาน แต่สรรพคุณไม่ได้เวอร์วังเหมือนในนิยาย ไ
ลู่เซี่ยไม่คาดคิดว่าแม่ของเธอจะใจร้ายได้ขนาดนี้! สิ่งที่ใจร้ายยิ่งกว่าคือ แม่ของเธอกล้าที่จะพูดสาเหตุที่ทำเช่นนี้ออกมาตรง ๆ! โดยขอให้ลู่เซี่ยยอมยกงานที่ได้ให้แก่พี่สาวของเธอ ทั้งยังพูดออกมาอย่างหน้าไม่อาย “ยังไงเธอก็ต้อง
แม้ลู่เซี่ยจะอายุน้อยกว่าลู่ชุนผู้เป็นพี่สาวเพียงปีเดียว แต่ตั้งแต่เล็กจนโต เธอนั้นฉลาดกว่าลู่ชุนมาก และผลการเรียนก็ยังดีกว่าด้วย ปีนั้นลู่ชุนสอบไม่ติดโรงเรียนมัธยมปลาย เพื่อที่จะไม่ต้องไปทำงานในชนบท เธอจึงพยายามอย่างหนั
เมื่อลู่เซี่ยตื่นขึ้น เสียงจากภายนอกก็เงียบสงบลงแล้ว คาดว่าคนในบ้านน่าจะออกไปกันหมดแล้ว เธอค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งอย่างระมัดระวัง แล้วมองไปรอบ ๆ ห้อง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ ห้องนี้มีขนาดเล็กมาก แต่กลับมีข้าวของวางอยู่เต็มไป