ทะลุมิติยุค 70 ครานี้ข้าขอใช้ชีวิตอย่างสุขสำราญ
ชื่อเรื่องต้นฉบับ: 穿书七零:我的炮灰丈夫十项全能
นิยายแปลไทย อ่านฟรี อัปเดตตอนต่อเนื่อง
สารบัญ
หลังจากตัดสินใจเรื่องชื่อเสร็จแล้ว เจียงจวินโม่ก็หยิบกระดาษจดหมายออกมา “ผมต้องเขียนจดหมายตอบคุณปู่ ท่านคงกำลังรอคำตอบของพวกเราอยู่ แต่เราก็ต้องจำชื่ออีกสองชื่อไว้ด้วย อาจเก็บไว้ตั้งให้ลูกคนต่อไปในอนาคต” ลู่เซี่ยที่รู้สึก
เมื่อได้ยินเธอถามเรื่องนี้ เจียงจวินโม่ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้ม “คุณปู่ของผมตั้งชื่อให้ผมเท่านั้น ส่วนชื่อของหลานคนอื่น ๆ ท่านไม่ได้ตั้ง” พูดแล้วเขาก็ไม่รอให้ลู่เซี่ยถาม เขาก็พูดต่อว่า “บ้านลุงใหญ่เดิมมีลูกสี่คน พี่สาวคนโตเกิ
หลังจากที่ทั้งสองคนคุยกันสักพัก เจียงจวินโม่ก็กลับมา เมื่อซุนเสิ้งหนานเห็นดังนั้นก็กลับบ้านไปทำอาหาร “เป็นยังไงบ้าง? เบื่อไหมที่อยู่บ้าน?” ลู่เซี่ยส่ายหัว “นายไม่ได้ตั้งใจเรียกพี่เสิ้งหนานมาอยู่เป็นเพื่อนฉันหรอกเหรอ จะเบ
ลู่เซี่ยรู้สึกอายเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ เจียงจวินโม่บอกเธอว่าการซักผ้าอ้อมมีเทคนิคอยู่บ้าง ต้องนำไปล้างด้วยน้ำเย็นในแม่น้ำก่อน แล้วค่อยนำกลับมาแช่น้ำร้อนอีกครั้งจึงจะถือว่าสะอาด เขาบอกว่าวิธีนี้จะช่วยลดแบคทีเรี
คืนนั้นเอง ตอนเที่ยงคืน คังคังร้องไห้อีกครั้ง เจียงจวินโม่ลุกขึ้นมาเปลี่ยนผ้าอ้อมอย่างคล่องแคล่วทันทีที่ได้ยินเสียง ลู่เซี่ยเห็นเขาจุดเทียน เคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวลและรวดเร็ว พร้อมกับพูดปลอบเบา ๆ และสุดท้ายคังคังก็ค่อย ๆ ห
ลู่เซี่ยไม่คิดว่าซูม่านจะนำของขวัญมาด้วย แถมยังเป็นนมผงที่หายากอีกต่างหาก ของพวกนี้แม้แต่คนในเมืองบางคนยังซื้อไม่ได้เลยด้วยซ้ำ คนชนบทยิ่งแทบไม่เคยเห็น ไม่คิดว่าซูม่านจะเอามาให้แบบนี้ ลู่เซี่ยรู้สึกสงสัย ไม่รู้ว่าทำไมเธอถ
โชคดีที่ก่อนพวกเขาจะออกไป ได้ให้หลิวจวินช่วยดูแลบ้าน เขาก็ไม่ลืมที่จะช่วยจุดไฟในบ้านทิ้งเอาไว้ ดังนั้นเมื่อพวกเขากลับมา แคร่ในบ้านก็ยังอุ่นอยู่ ลู่เซี่ยกลับถึงบ้านก็ขึ้นไปนอนบนแคร่ทันที เจียงจวินโม่เห็นเธอเหนื่อยล้าจากกา
ในขณะนั้น แพทย์เวรและพยาบาลที่ได้ยินเสียงก็วิ่งเข้ามา เมื่อเห็นสภาพในห้องผู้ป่วย ทุกคนต่างก็ประหลาดใจก่อนที่จะเอ่ยถาม “เกิดอะไรขึ้น?” หญิงคนนั้นเห็นคนเริ่มจะเข้ามา จึงรีบพูดว่า “คุณหมอ คุณต้องจัดการให้ฉันนะคะ ดึกดื่นป่าน
ลู่เซี่ยหันไปมองทางนั้น แม้แต่หญิงที่เพิ่งคลอดลูกก็มีสีหน้าผิดหวังและละอายใจมาก เธอไม่แม้แต่จะมองลูกสักนิด ร่างกายของเธออ่อนเพลียและต้องมานั่งฟังคนแก่ด่าอยู่ข้าง ๆ ครึ่งค่อนวัน โดยไม่กล้าเถียงกลับผู้ชายที่อยู่ข้าง ๆ ก็ไม
พอถึงวันรุ่งขึ้น ลู่เซี่ยก็ตื่นขึ้นมาเห็นทั้งสองคนดูไม่ค่อยสดชื่นเท่าไหร่ เธอจึงรู้สึกสงสารขึ้นมา แล้วจึงบอกให้พวกเขารีบไปนอนพักสักหน่อย ส่วนเธอจะดูแลลูกเอง แต่ทั้งสองคนกลับปฏิเสธ ตอนนี้ในห้องพักผู้ป่วยนอกจากพวกเขาแล้วยั
แต่นอกเหนือจากสิ่งเหล่านี้ สิ่งที่เธออิจฉามากที่สุดคือการที่เจียงจวินโม่ดูแลลู่เซี่ยอย่างละเอียดอ่อนแทบทุกกระเบียดนิ้ว ซุนเสิ้งหนานเองก็ไม่เคยเห็นผู้ชายที่ดีกับภรรยาขนาดนี้มาก่อน เขามักจะระมัดระวังกลัวว่าจะเกิดเรื่องเล็ก
เจียงจวินโม่ได้ยินแล้วก็กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที “ผมเป็นคนตั้งชื่อเหรอ? หรือว่าคุณอยากตั้งดี?” พอลู่เซี่ยเห็นท่าทางของเขาที่อยากจะตอบตกลง แต่ก็ยังแกล้งทำเป็นปฏิเสธ เพราะสุดท้ายตอนที่เหลือบตามองเขาแล้วพูดว่า “ได้สิ ฉันต
หลังจากซุนเสิ้งหนานจากไป เจียงจวินโม่จึงนั่งลงข้างเตียงของลู่เซี่ย เขายื่นมือลูบผมของลู่เซี่ยที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อย แล้วพูดกับเธอเบา ๆ ว่า “เซี่ยเซี่ย คุณเหนื่อยมากเลยสินะ” พอได้ยินแบบนั้น ลู่เซี่ยก็หันไปยิ้มน้อย ๆ แม้ว่าก
ซุนเสิ้งหนานเห็นว่าเธอตื่นแล้วจึงยิ้มอย่างโล่งอกและพูดเบา ๆ ว่า “ตื่นแล้วเหรอ? ปัญญาชนเจียงไปทำอาหารให้เธอ และคงจะกลับมาเร็ว ๆ นี้” เมื่อได้ลู่เซี่ยพยักหน้าแล้วมองไปที่เด็ก ซุนเสิ้งหนานนึกถึงสิ่งที่เธอกำชับไว้ จึงพูดตรง
แต่หลังจากทรมานมาทั้งคืน ลู่เซี่ยก็ยังไม่คลอด จนกระทั่งใกล้รุ่งสาง หมอได้เข้ามาตรวจดูและพบว่าปากมดลูกเปิดแค่สองนิ้ว เมื่อทราบว่าเป็นการคลอดครั้งแรก จึงบอกให้เธอรออีกสักพัก แต่แล้วก็ผ่านไปไม่รู้นานเท่าไหร่ ลู่เซี่ยก็เริ่ม
ตอนนี้ใกล้จะถึงเดือนกุมภาพันธ์แล้ว ยิ่งใกล้กำหนดคลอดมากขึ้นเท่าไหร่ เจียงจวินโม่ก็ยิ่งตื่นตระหนกมากขึ้นเท่านั้น แม้แต่ตอนกลางคืนที่ลู่เซี่ยพลิกตัวไปมา เขาก็ยังตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ ผ่านไปหลายวันแล้ว ลู่เซี่ยยังไม่เป็นอะ
ในเดือนแรกของปี กิจกรรมของวันไหว้ปีใหม่ยังคงดำเนินไปอย่างไม่มีอะไรมาหยุดยั้งได้ แต่ลู่เซี่ยนั้น เนื่องจากตอนนี้เธอท้องแก่แล้วจึงต้องอยู่บ้านเฉย ๆ ไม่ได้ออกไปไหน พวกปัญญาชนหญิงทั้งหลายก็เริ่มแวะมาเยี่ยมเธอ รวมถึงชุ่ยอวิ๋น
เมื่อเห็นว่าลู่เซี่ยไม่ได้คิดอะไรมาก เจียงจวินโม่ก็เริ่มจะวางใจ แล้วเริ่มเตรียมของสำหรับเทศกาลปีใหม่ แต่ปีนี้ของที่พวกเขาเตรียมสำหรับปีใหม่ค่อนข้างเรียบง่าย นั่นเป็นเพราะเจียงจวินโม่ไม่อยากจากลู่เซี่ยไปนาน จึงไม่ได้ไปที่
ลู่เซี่ยฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้วก็รู้สึกเศร้าใจไม่น้อยเลย แต่ก็ยังรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล เพราะตระกูลหูจะยอมรับเรื่องนี้ง่าย ๆ อย่างนั้นเลยหรือ? แต่เธอเองก็รู้สึกว่าโจวหลายเอ๋อร์คงจะถูกวางแผนเล่นงานเสียมากกว่า เมื
ที่แท้ สามีที่มีอนาคตไกลที่สุดในหมู่บ้านของเธออย่างหูเจี้ยนจวินก็ปลดประจำการแล้ว! สาเหตุนั้นก็เป็นเพราะได้รับบาดเจ็บระหว่างปฏิบัติหน้าที่ รักษาไม่หายแล้ว อาจจะถึงขั้นพิการเลยก็ได้ และหลังจากพักรักษาตัวในโรงพยาบาลทหารระยะ
ระหว่างทางกลับเจียงจวินโม่ค่อย ๆ พยุงลู่เซี่ยอย่างระมัดระวัง เชามักจะคอยมองหินที่ซ่อนอยู่ใต้หิมะบนถนน เพราะกลัวว่าเธอจะสะดุดล้ม ส่วนลู่เซี่ยก็เดินไม่เร็วนัก วันนี้ข้างนอกไม่มีลมพัดซึ่งเป็นวันที่หาได้ยากมาก เธออยากสูดอากา
ตั้งแต่ตั้งครรภ์ได้หกเดือน เธอเริ่มมีอาการปวดเอวปวดหลังและขาก็เริ่มบวมขึ้นมาแล้ว เจียงจวินโม่นั้นไปเรียนรู้มาจากที่ไหนก็ไม่รู้ เพราะทุกคืนเขาจะนวดให้เธอเสมอ เลยช่วยทำให้เธอรู้สึกสบายขึ้นมาก แต่เมื่อตอนที่อายุครรภ์เพิ่มขึ
ลู่เซี่ยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยหลังจากได้ยิน เพราะเรื่องนี้ดูท่าจะกะทันหันเกินไปหน่อย และเธอเองก็ไม่คิดว่าเฉินเสวี่ยจะแต่งงานเร็วขนาดนี้ “เร็วเกินไปแล้ว รอหลังปีใหม่ไม่ได้เหรอ?” เสิ่นชิงชิงเลยส่ายหน้าตอบว่า “ว่ากันว่าฝ่า
เมื่อเห็นชื่อเสียงของซูม่านเปลี่ยนแปลงไปอย่างพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินในเวลาอันสั้น สีหน้าของจ้าวหัวก็ดูหม่นหมองอย่างบอกไม่ถูก เพราะหลังจาหที่เขาแต่งงานเขาย้ายไปอยู่บ้านตระกูลสือ แต่เพราะอยู่ที่นั่นไม่สบายใจ เขาจึงยังกลับมาที่พ
เป็นอัมพาต! เมื่อได้ยินข่าวนี้ ลู่เซี่ยเองก็ตกใจมาก! ทำไมถึงได้รุนแรงขนาดนี้? แล้วเธอก็นึกถึงซูม่านทันที ‘นี่มันเกี่ยวกับเธอหรือเปล่า? ถ้าเป็นอย่างนั้น ผู้ใหญ่บ้านก็ถือว่าได้รับผลกรรมแล้วใช่ไหม เขาคงไม่สามารถดำรงตำแหน่งผ
หลังจากที่พวกเขาสองคนออกมา ลู่เซี่ยก็เห็นคนที่กำลังทะเลาะกัน พูดตามตรง มันไม่ได้เกินความคาดหมายของเธอเลย ฝ่ายหนึ่งคือจ้าวหัว และอีกฝ่ายก็คือซูม่านกับกู้เซี่ยงหนาน ดูเหมือนทั้งสองคนจะเพิ่งกลับมาจากข้างนอก เมื่อผ่านที่พักข
ลู่เซี่ยได้ยินเสียงจึงหันไปมอง ที่แท้เป็นผู้ใหญ่บ้านเดินเข้ามา เมื่อเห็นพวกเขาแล้ว ผู้ใหญ่บ้านก็พูดด้วยสีหน้าเย็นชาทันที “ผมไม่ได้บอกแล้วหรือว่าห้ามพูดถึงเรื่องนั้นอีก? ทำไม? หรือว่าพวกคุณไม่เห็นความสำคัญของผมที่เป็นผู้ใ
อากาศเริ่มหนาวเย็นลง แต่การทำงานยังคงดำเนินต่อไป ธัญพืชยังไม่ได้ตากแห้ง ข้าวโพดยังไม่ได้กะเทาะเมล็ด สิ่งเหล่านี้ต้องรีบทำให้เสร็จก่อนฤดูหนาวจะมาถึง จากนั้นก็ต้องส่งธัญพืชให้รัฐบาลอีกด้วย ดังนั้นช่วงนี้เจียงจวินโม่ยังคงไป
ช่วงนี้บนภูเขามีผลผลิตจากป่าอีกแล้ว เพราะถึงฤดูเก็บเห็ดพอดี ทุกปีในช่วงนี้เป็นโอกาสหาเงินอีกครั้งในรอบปีเลยก็ว่าได้ ดังนั้นชาวบ้านรวมถึงปัญญาชนจากที่พักของปัญญาชนต่างรีบขึ้นเขากันอย่างใจร้อน แต่ปีนี้ลู่เซี่ยเกิดตั้งครรภ์
หลังจากซุนเสิ้งหนานจากไป ลู่เซี่ยมองดูเงาร่างของเธอแล้วก็ยิ้ม ดูเหมือนว่าเธอจะปล่อยวางได้จริง ๆ และทั้งตัวเธอก็เปี่ยมไปด้วยความสุขของการแต่งงาน หลังจากหลุดพ้นจากผู้ชายเลว ๆ แล้วคงจะมีความสุขสักทีสินะ เจียงจวินโม่ไปซื้อเน
“อะไรนะ? เธอว่าไงนะ?” ลู่เซี่ยยังไม่ทันตั้งตัวสำหรับฟังสิ่งนี้ “ตอนนั้นฉันเพิ่งลงชนบท ฉันปรับตัวเข้ากับชีวิตในชนบทไม่ได้เลย และเขาก็เป็นคนช่วยเหลือฉันก่อน ปัญญาชนที่ลงชนบทด้วยกันก็ทนความยากลำบากของที่นี่ไม่ไหว คนที่แต่งง
จ้าวหัวถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่ตำแหน่งเหรัญญิกของเหรัญญิกสือคงไม่สามารถดำรงต่อไปได้อย่างแน่นอน ผู้ใหญ่บ้านจึงรายงานไปยังรัฐบาลท้องถิ่นในเมืองว่าเหรัญญิกสือป่วย จากนั้นรัฐบาลท้องถิ่นจึงเข้าใจแบบนั้นและเลือกเหรัญญิกคนใหม
เจียงจวินโม่ออกไปประมาณครึ่งชั่วโมงก็กลับมา ลู่เซี่ยนั่งรออย่างใจจดใจจ่อที่บ้านเพื่อรอฟังข่าวจากเขาพอเจียงจวินโม่เข้าบ้านมาด้วยสีหน้าที่ดูซับซ้อน สุดท้ายเขาก็พูดตรงๆว่า “เป็นเรื่องของเหรัญญิกสือกับหญิงม่ายเย่ พวกถูกจับได
ลู่เซี่ยพยักหน้าแต่ในใจเธอยังคงแอบมีความสงสัยอยู่บ้าง “ไม่ใช่ว่าสือชุนเยี่ยนก็วางแผนจะลงสมัครด้วยหรอกหรือ? ตอนนี้ถ้าเธอหมั้นกับจ้าวหัวแล้ว แล้วเหรัญญิกสนับสนุนใครกัน?” “น่าจะเป็นจ้าวหัวนะ” เจียงจวินโม่คิดสักครู่แล้วพูดว่
ที่แท้ เมื่อเร็วๆ นี้ ตอนที่ลู่เซี่ยตั้งครรภ์ เจียงจวินโม่จึงเป็นห่วง ดังนั้นตอนกลางคืนที่ไปที่คอกวัว เขาจึงไปคนเดียว แล้วก็มีสองครั้งที่บังเอิญไปเจอ “คู่รักลับ” ในหมู่บ้าน และจากการสนทนาของพวกเขา เลยทำให้รู้ว่าผู้ชายคือ
หลังจากข่าวนี้ได้แพร่กระจายออกไป ซุนเสิ้งหนานก็มาหาลู่เซี่ย พอเจอหน้าก็ถามเธอว่ามีแผนอะไรบ้างหรือไม่? ลู่เซี่ยเลยเลิกคิ้วมองเธอแวบหนึ่ง “นี่เธอกำลังถามเรื่องโครงการนักศึกษาแนวทางการปฏิวัติใช่ไหม?” ซุนเสิ้งหนานพยักหน้าหงึ
ในที่สุดก็ได้มาที่อำเภอ ลู่เซี่ยและเจียงจวินโม่จึงถือโอกาสเดินเที่ยวรอบ ๆ อำเภอซะเลย ผลปรากฏว่าพวกเขาพบเห็นรถหลายคันบรรทุกเด็กหนุ่มสาวที่ดูแตกต่างจากคนทั่วไป ออกจากอำเภอไปโดยบังเอิญ นั่นยิ่งทำให้ลู่เซี่ยนึกถึงตอนที่พวกเข
เดือนสิงหาคมมาเยือนแล้ว ลู่เซี่ยและเจียงจวินโม่ไปอำเภอด้วยกัน ตอนนี้เธอตั้งครรภ์ได้สามเดือนกว่าแล้ว ทารกในครรภ์ค่อนข้างแข็งแรงแล้ว ดังนั้นเจียงจวินโม่จึงสบายใจที่จะออกไปข้างนอก ครั้งนี้พวกเขาตั้งใจจะไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจด
เมื่อเปิดออกมาถึงได้รู้ว่า แม้ว่าพัสดุจะดูใหญ่โต แต่ข้างในกลับแบ่งเป็นหลายห่อเล็ก ๆ รวมกัน ดูแล้วน่าจะเป็นของที่ลุงใหญ่และพี่สาว ๆ แยกกันเตรียมมาให้ แล้วส่งมาพร้อมกัน และแล้วเมื่อพวกเขาเปิดจดหมายที่อยู่ด้านบนสุดออกมาดู ข
เจียงจวินโม่เพิ่งเข้าใจความหมายของสิ่งที่เธอพูด จึงคิดสักครู่แล้วกล่าวว่า “จริง ๆ แล้วพวกเขาก็ไม่ได้ดูถูกอะไรพวกปัญญาชนหรอก อาจจะแค่ตั้งใจกดดันพวกเขา เมื่อเห็นคนเมืองเหล่านั้นถูกกดดันในชนบทจนไม่เหลืออะไร พวกเขาคงรู้สึกภา
ช่วงบ่ายผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังเลิกงานแล้ว เจียงจวินโม่กลับมาแล้วก็ไปทำอาหารต่อ ลู่เซี่ยอยากจะช่วย แต่เขาปฏิเสธอย่างเด็ดขาด และสั่งให้เธอนั่งอยู่เฉยๆ ไม่ต้องขยับ เมื่อเผชิญกับความแข็งกร้าวที่หาได้ยากของเจียงจวินโม่ ลู่เซ
จริง ๆ แล้วเจียงจวินโม่ก็ฉลาดไม่น้อยเลย เธอเชื่อว่าเรื่องอาหารพวกนั้น เขาเองก็น่าจะสงสัยอยู่บ้าง แต่เขาไม่เคยถามเลย นี่คือการให้เกียรติเธอ ที่เขาสามารถทำได้ และตอนนี้พวกเขาเป็นสามีภรรยากัน แถมยังใกล้จะมีลูกแล้ว เธอยิ่งไม
เมื่อไปถึงจุดรวมตัวเพื่อเริ่มงาน เจียงจวินโม่ไปหาผู้ใหญ่บ้านก่อนเพื่อขอลาให้ลู่เซี่ย เมื่อทราบว่าลู่เซี่ยขอลาเพราะตั้งครรภ์ ผู้ใหญ่บ้านขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็อนุญาตให้ลาในที่สุด อย่างไรก็ตาม ในใจของเขารู้สึกรำคาญพวกปัญญาช
“จริงหรือ?” ลู่เซี่ยไม่เชื่อ และรู้สึกสงสัยว่าเจียงจวินโม่จึงพูดจาเก่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? เพราะก่อนหน้านี้เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลย “จริงสิ!” เจียงจวินโม่พูดด้วยน้ำเสียงจริงใจที่สุดเท่าที่จะทำได้ “เธอวางใจได้ คนที่ฉันใส
จนกระทั่งนั่งลงบนขอบเตียงที่บ้าน ลู่เซี่ยถึงค่อย ๆ ได้สติกลับมา “โม่โม่ เมื่อกี้ฉันไม่ได้ฟังผิดใช่ไหม? ฉัน… ฉันท้องจริง ๆ เหรอ?” พอเธอพูดถึงตรงนี้ ลู่เซี่ยก็ลูบท้องอย่างไม่อยากเชื่อ ส่วนเจียงจวินโม่ตอนนี้ก็เริ่มตั้งสติได
ลู่เซี่ยคาดว่าตอนนี้ซูม่านคงจะเริ่มเสียใจขึ้นมาแล้ว หลังจากที่วุ่นวายไปมากมาย แล้วได้ผลลัพธ์แบบนี้ คิดแล้วก็คงยังไม่ดีเท่ากับว่า ถ้าเธอไม่แจ้งความกับตำรวจ แต่เลือกแก้แค้นกันเองใต้ดินหรือฉวยโอกาสเจรจากับหมู่บ้าน ก็ยังดีกว
ภรรยาของหลานชายเฉินเหล่าสือ? เฉินเหล่าสือไม่มีญาติในหมู่บ้านแล้ว มีแค่ญาติห่าง ๆ คนเดียว ซึ่งนั่นก็คือตระกูลเฉิน แล้วภรรยาของหลานชายเขาก็คือภรรยาของเฉินเอ้อร์ อย่างปัญญาชนจวงใช่ไหมล่ะ? หรือว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือของปัญญาชน
ความเจ็บปวดแล่นผ่านใบหน้า หูอื้ออึงราวกับมีเสียงหึ่ง ๆ เฉิงอี้เจี้ยวแทบไม่อยากเชื่อว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อรู้ตัวว่าถูกตบ เธอเงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ แต่แล้วก็โดนตบอีกฝ่ามือหนึ่งเข้าที่แก้มอีกข้าง พร้อมกับเสียงของซูม่านที่ดั
ทางฝั่งนั้น ผู้ใหญ่บ้านก็ได้เริ่มอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ตำรวจฟังแล้ว ส่วน ซูม่านก็เพิ่งรู้จากคำบรรยายของผู้ใหญ่บ้านว่าชื่อเสียงของตัวเองในหมู่บ้าน กลายเป็นคนแย่ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้! ผู้ใหญ่บ้านย่อมต้องเข
จนกระทั่งข่าวลือในหมู่บ้านแย่ลงเรื่อย ๆ และเพราะซูม่านไม่ได้ออกมาอธิบายอะไร ทุกคนจึงเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง ข่าวนั้นค่อย ๆ แพร่กระจายไปเรื่อย ๆ จนเกินจริง มีข่าวลือว่าเธอยั่วยวนผู้ชายหลายคนพร้อมกัน และเป็นผู้หญิงที่นอนกับ