ทะลุมิติยุค 70 ครานี้ข้าขอใช้ชีวิตอย่างสุขสำราญ
ชื่อเรื่องต้นฉบับ: 穿书七零:我的炮灰丈夫十项全能
นิยายแปลไทย อ่านฟรี อัปเดตตอนต่อเนื่อง
สารบัญ
ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ก็ยังคงไม่มีใครกลับบ้าน แต่กลับมีคนมาเยี่ยมญาติ ช่วงสองวันก่อนตรุษจีน หมู่บ้านมีหิมะตกหนัก วันรุ่งขึ้นหลังจากหิมะหยุดตก ผู้คนในที่พักของปัญญาชนและลู่เซี่ยต่างออกมากวาดหิมะด้านนอก คังคังก็ถูกลู่เซี่ยห่
เธอทำเพื่อเขามากมาย ทิ้งงาน มาเพื่ออยู่ชนบทที่ห่างไกลความเจริญ ทั้งยังช่วยให้ครอบครัวของตนเองสนับสนุนตระกูลกู้ แต่สุดท้ายได้รับอะไรตอบแทน? และสิ่งที่ได้รับกลับมาคือความรังเกียจและการปฏิบัติอย่างไม่ใส่ใจจากเขาหรือ? ตอนนี้
พวกนักเลงเหล่านั้นถูกตำรวจจับไปในที่สุด เมื่อเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ พวกเขาทั้งหมดถูกตัดสินจำคุก กลายเป็นการกำจัดภัยร้ายจนต้องออกไปจากเมืองเลย แต่หมู่บ้านและที่พักของปัญญาชนก็เงียบสงบลงหลังจากเกิดเหตุการณ์ใหญ่เช่นนี้ โดยเฉ
เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นในหมู่บ้าน! หลี่ย่าหลานตายแล้ว! ลู่เซี่ยหน้าซีดเผือดทันทีเมื่อได้ยินข่าว เจียงจวินโม่คิดว่าเธอตกใจกับเรื่องนี้ จึงรีบเข้ามาปลอบโยนเธอ แต่ลู่เซี่ยก็ตกใจจริง ๆ คนที่เมื่อวานยังดี ๆ
ลู่เซี่ยมองดูจากด้านนอกด้วยความตื่นเต้นระทึกใจ เธอไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่น้อย เมื่อแน่ใจว่าซูม่านเดินหายลับไปแล้ว ลู่เซี่ยก็พบว่าขาของตัวเองชาไปหมดแล้ว ได้แต่ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ จนกระทั่งรู้สึกว่าพอดีแล้ว อาการชาที
ซูม่านได้ยินแล้วก็หัวเราะออกมาเบา ๆ จากนั้นก็ย่อตัวลงไปทันที มือข้างหนึ่งกระชากผมของอีกฝ่าย อีกข้างหนึ่งบีบใบหน้าของเธออย่างแรงแล้วมองด้วยสายตาอันเย็นชากล่าวว่า “อย่ามาเล่นลิ้นกับฉันนะ เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันมีหยกห้อยคออันห
เมื่อผู้นำในหมู่บ้านรู้เรื่องนี้เข้า ทุกคนต่างก็มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างมาก เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ อีกต่อไปแล้ว พวกนักเลงไม่ได้มาจากหมู่บ้านของพวกเขาด้วย มีทั้งคนจากในเมืองและหมู่บ้านอื่นปนกันไป พวกเขาไม่สามารถ
แต่สุดท้ายเธอก็ไม่ได้เป็นอะไร เพราะพวกนักเลงยังไม่ทันได้ลงมือทำอะไรกู้เซี่ยงหนานก็ตามหาซูม่านมาเจอเสียก่อน เนื่องจากเห็นว่าเธอกลับบ้านช้าผิดปกติ เขาตามรอยล้อจักรยานมาจนพบซูม่านที่ถูกลากเข้าไปในป่าเล็ก ๆ ราวกับเป็นนักสืบร
ลู่เซี่ยพยักหน้าหลังจากได้ยิน แต่ไม่ได้พูดว่าเชื่อหรือไม่ เธอหันไปมองเจียงจวินโม่แล้วถามว่า “อาหารเย็นเสร็จแล้วเหรอ?” เจียงจวินโม่พยักหน้า “เสร็จแล้ว รอแค่คุณกลับมา” ลู่เซี่ยตอบรับด้วยเสียง “อืม” แล้วหันไปมองหลี่ย่าหลาน
หลังจากเรื่องของเสิ่นอีฟาน ปัญญาชนรุ่นใหม่ก็ยิ่งระมัดระวังตัวมากขึ้น และเมื่อเสิ่นอีฟานหายดีแล้ว เขาพบว่าทุกคนไม่สนใจเขาอีกต่อไป ชาวบ้านก็เริ่มหลีกเลี่ยงที่จะเดินสวนหรือมองเขาด้วยสายตาเยาะเย้ยดูถูก ทำให้เขาไม่กล้าทำตัวเห
ในบรรดาคนเหล่านี้ เฝิงเจินจูดูท่าจะมีสีหน้าที่แย่ที่สุด เมื่อเธอได้ยินสองสาวพูดถึงบทกวี สีหน้าของเธอก็ดูไม่ดีเลย อาจเป็นเพราะบทกวีที่กล่าวถึงสายลม เมฆ และแสงสนธยานั้น ไม่ใช่บทที่เสิ่นอีฟานอ้างว่าแต่งให้เธอโดยเฉพาะหรอกหรื
หลังจากที่แม่สาวสกุลอู๋ได้ยินเช่นนั้น เธอก็อยากจะอธิบายบางอย่างออกมาทันที แต่แล้วก็ได้ยินอีกสาวคนหนึ่งพูดขึ้นว่า “บทกวีที่เขาเขียนให้เธอ ไม่ใช่บทที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับลม เมฆ และแสงตะวันยามเย็นใช่ไหม? ถ้าเป็นบทนั้น เขาก็เค
ลู่เซี่ยฟังแล้วเข้าใจ เธอรู้ว่าเฉิงอวี้เจียวคนนี้ต้องก่อเรื่องอีกแน่ แค่ไม่คิดว่าพลังในการต่อสู้จะแข็งแกร่งขนาดนี้ และครั้งนี้เธอก็ไม่รู้ว่าซูม่านจะทำอย่างไรด้วย ถ้าจะให้พูดกันตามตรง ลู่เซี่ยก็รู้สึกผิดหวังกับกู้เซี่ยงหน
หลังจากที่ซุนเสิ้งหนานออกจากการอยู่ไฟแล้ว อากาศโดยรอบก็ค่อย ๆ อุ่นขึ้น ลู่เซี่ยกับเจียงจวินโม่จึงอุ้มคังคังไปที่อำเภอ นี่นรับว่าเป็นครั้งแรกที่คังคังออกไปไหนไกลบ้าน หลังจากที่เขาเกิด ตลอดทางเขาไม่ร้องไห้งอแงเลย เพียงแค่ม
เจียงจวินโม่รู้สึกว่าตัวเองถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรมทันที “…ผมไม่ได้โกหกคุณนะ! สองวันนี้ผมสอนเขาตลอด เขาไม่เคยพูดมาก่อนจริง ๆ นี่เป็นครั้งแรกเลย” ลู่เซี่ยรู้สึกสงสัยขึ้นมาเล็กน้อย จริง ๆ แล้วที่ทำแบบนี้ไม่ใช่เพื่อปลอบใจ
ลู่เซี่ยพาเด็กไปตรวจ เธอเห็นหมอจับเด็กผู้หญิงตัวน้อยพลิกไปพลิกมา ทำให้เธอร้องไห้ไม่หยุด แต่โชคดีที่ผลตรวจออกมาดี เมื่อลู่เซี่ยอุ้มเด็กกลับมา ซุนเสิ้งหนานก็หลับไปแล้ว หลิวจวินกำลังจัดของที่เอามาด้วย เมื่อเห็นลู่เซี่ยอุ้มเ
ลู่เซี่ยไม่รู้ตัวเลยว่าพอเธอจากไป คังคังก็พูดได้แล้ว ตอนนี้เธอกำลังประคองซุนเสิ้งหนานอย่างระมัดระวังแล้วเดินไปที่โรงพยาบาล ซุนเสิ้งหนานมาโรงพยาบาลเพราะเริ่มมีอาการเจ็บท้องคลอด ระหว่างทางก็รู้สึกเจ็บมากขึ้นเรื่อย ๆ โชคดีท
“ถ้าอย่างนั้นเธอก็ไม่ต้องกังวลเรื่องของอวี๋ฟางแล้ว ยังไงก็เป็นลูกของอวี๋ฟางเอง แถมยังเป็นหลานของคุณย่าหูด้วย ครอบครัวของเธอคงไม่มีทางไม่ชอบหรอก” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซุนเสิ้งหนานก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก “ก็จริงนะ บางทีฉันคงก
พอลู่เซี่ยได้ยินแล้วก็รู้สึกโล่งใจ ในยุคนี้การคลอดลูกในชนบทส่วนใหญ่จะคลอดในหมู่บ้าน มีน้อยคนที่จะไปโรงพยาบาล และการที่หลิวจวินเสนอให้ไปโรงพยาบาลแสดงว่าเขาใส่ใจซุนเสิ้งหนานมาก “ปัญญาชนหลิวดีกับเธอจริงๆ เลยนะ!” พอซุนเสิ้งห
จริง ๆ แล้วคนอื่น ๆ ก็สามารถสังเกตเห็นเรื่องนี้ได้บ้างอยู่แล้ว เพราะท้ายที่สุดแล้ว ก็คงเหมือนกับลู่เซี่ยและเจียงจวินโม่ ซุนเสิ้งหนานและหลิวจวิน คู่ที่สนิทสนมกันดีหรือตัดสินใจที่จะอยู่ด้วยกัน ส่วนใหญ่แล้วก็จะแต่งงานกันอย่
บทที่ 263 หมู่บ้านต้าอิ่ง “ดัง” แล้ว แต่ไม่นานลู่เซี่ยก็รู้ว่า หยางเว่ยตงไม่ได้ซัดทอดหลี่ย่าหลานเลย เขารับผิดชอบทุกอย่างด้วยตัวเองทั้งหมด ทั้งที่จริงๆ แล้วเงินทุนที่เขาใช้นั้นมาจากหลี่ย่าหลาน และเธอก็ได้รับผลประโยชน์ส่วน
เจียงจวินโม่ก็หันมาพยักหน้าเช่นกัน “งั้นก็ทำแบบนี้ไปก่อนแล้วกัน เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา พวกคนในหมู่บ้านคงไม่กล้าออกไปแลกเปลี่ยนของนอกหมู่บ้านแล้วละ” ลู่เซี่ยนึกถึงคำพูดของชาวบ้านวันนี้ เธอจึงพยักหน้าเห็นด้วย “คงจะตกใจไปตา
ลู่เซี่ยรู้สึกประหลาดใจมาก เมื่อเธอมองดูฝูงชนที่มาดูเหตุการณ์ในตอนนี้ ก็พบว่าไม่มีปัญญาชนอยู่ในนั้นเลย เธออยากจะรีบไปที่พักของปัญญาชนทันทีเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็รู้ว่าไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้จะดีกว่า และไม่รู้
“ปัญญาชนเฝิงรู้เรื่องนี้เข้าสินะ?” “ใช่ ปัญญาชนเฝิงพอรู้เรื่องแล้วสีหน้าไม่ดีเลย แต่ช่วงนี้ปัญญาชนหลี่ก็ยุ่งมาก และไม่ค่อยอยู่ที่พักของปัญญาชน จึงไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ แต่แล้ววันหนึ่งตอนกลางคืน ปัญญาชนเฝิ
เนื่องจากต้องแกล้งป่วย ลู่เซี่ยจึงไม่ได้ออกไปไหนหลายวัน อย่างไรก็ตาม วันรุ่งขึ้นเสิ่นชิงชิงก็มาเยี่ยมเธอที่บ้าน เมื่อมาถึงก็ถามด้วยความห่วงใยว่าอาการดีขึ้นหรือยัง ลู่เซี่ยแปลกใจจึงถามว่า “เธอรู้ได้อย่างไร?” เพียงแค่คืนเด
วันนี้ไม่รู้ว่าทำไมคังคังถึงดูมีความสุขเป็นพิเศษ ตอนกลางคืนปลอบอย่างไรก็ไม่ยอมนอน ลู่เซี่ยและเจียงจวินโม่จำใจต้องอยู่เป็นเพื่อนเขา ตอนนั้นเองที่จู่ ๆ ลู่เซี่ยก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนเคาะประตูอยู่ข้างนอก ไม่แน่ใจว่าเป็นเสี
ลู่เซี่ยวางแผนไว้ดีแล้ว แต่เมื่อเจียงจวินโม่ได้ยินเรื่องนี้กลับไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นัก ตอนกลางคืนหลังจากกล่อมให้คังคังหลับแล้ว เจียงจวินโม่นอนตะแคงกอดเธอ พลางลูบหน้าท้องอวบอ้วนของเธอแล้วปรึกษาว่า “ไม่ต้องลดน้ำหนักก็ได้น
หยางเว่ยตงหน้าตาธรรมดาเกินไป ลู่เซี่ยรู้สึกโดยสัญชาตญาณว่าในฐานะคนข้ามเวลา หลี่ย่าหลานไม่น่าจะสนใจเขาแน่นอน ดังนั้นเธอจึงไม่รู้ว่าทั้งสองคนมีจุดประสงค์อะไร แต่ไม่นานเธอก็สังเกตเห็นว่า พวกเขาแอบเก็บผักและธัญพืชในหมู่บ้าน
วันนี้ หลังเลิกงาน เจียงจวินโม่อยู่บ้านทำอาหารและดูแลลูก ส่วนลู่เซี่ยไปซักผ้าที่ริมแม่น้ำ แล้วเธอก็เจอกับหลี่ย่าหลานที่มาซักผ้าเช่นกัน ตอนแรกลู่เซี่ยไม่อยากสนใจเธอ แต่ว่าหลี่ย่าหลานเห็นเธอแล้วก็กลอกตาไปมา จากนั้นก็พูดขึ้
ลู่เซี่ย “…” “พรืด!!” หลังจากที่เสิ่นชิงชิงแสดงจบ ในที่สุดลู่เซี่ยก็หัวเราะออกมาจนไม่อาจกลั้นได้ พร้อมกับสั่นตัวไล่ความขนลุก “นี่เป็นสิ่งที่ปัญญาชนเสิ่นเขียนเหรอ?” “อืม เขียนให้ปัญญาชนเฝิงโดยเฉพาะเลยนะ แล้วเขาก็อ่านออกมา
ลู่เซี่ยเข้าใจนิสัยของเขา รู้ว่าถ้าเขาบอกว่าเล่นได้นิดหน่อยก็คงจะเชี่ยวชาญมาก เมื่อนึกถึงคำพูดของตัวเองเมื่อครู่และนิสัยขี้อายของเขา ก็รู้ว่าเขาคงจะหึงเข้าแล้ว มุมปากอยากจะยิ้ม แต่ก็กลั้นไว้ เธอรีบชมเขาว่า “จริงเหรอ?! โม
หลังจากที่ทั้งสองคนแยกย้ายกันแล้ว ลู่เซี่ยก็กลับบ้านและพบว่าเจียงจวินโม่กลับมาแล้ว เขาไปซื้อเนื้อที่เมืองเล็ก ๆ มาก่อนหน้านี้ด้วย “คุณกลับมาแล้วเหรอ? ซื้อเนื้อได้ไหม?” เจียงจวินโม่พยักหน้า “ซื้อได้สิ แต่คราวนี้มีมันเยอะห
ซุนเสิ้งหนานหลังจากตั้งครรภ์เธอก็มักจะมาหาลู่เซี่ยบ่อย ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อควรระวังเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ และแวะมาเล่นกับคังคังด้วย “คังคังลูกของเธอช่างเป็นเด็กน่ารักจริง ๆ เลยนะ ฉันไม่เคยเห็นเด็กที่เงียบขนาดนี้มาก่อนเลย
ลู่เซี่ยได้ยินเรื่องนี้แล้วรู้สึกว่าเธอยอมรับไม่ค่อยได้ “แต่ภรรยาของอาจารย์หลี่เพิ่งเสียชีวิตไปแค่ปีเดียวเองไม่ใช่หรือคะ?” “ใช่แล้ว ฉันถึงบอกไงว่าสวีต้าเจี่ยโกรธมากเลยล่ะ ลูกสาวของเธอเพิ่งจากไปแค่ปีเดียว ก็มีคนมาเอาใจลูก
เมื่อเร็ว ๆ นี้ คังคังอยู่ไม่สุข วัน ๆ เอาแต่ขยับไปมา ทำให้ลู่เซี่ยไม่ค่อยวางใจที่จะปล่อยให้เขาอยู่คนเดียว ต้องพาไปด้วยทุกที่ที่เธอไป ทำให้ลู่เซี่ยได้ออกกำลังกายเพิ่มขึ้นไม่น้อย และเนื่องจากเจียงจวินโม่ต้องไปทำงาน ดังนั้
“หา? ทำไมล่ะ? พวกคุณก็อายุไม่น้อยแล้ว มีลูกสักคนก็ดีนะ” ซุนเสิ้งหนานถอนหายใจ “นั่นมันก็จริงอยู่หรอก แต่ตอนนี้พวกเรายังเช่าบ้านอยู่เลย ในมือก็เก็บเงินไว้ไม่มาก ถ้ามีลูก ต่อไปฉันคงหาคะแนนงานได้ไม่มากเท่าเมื่อก่อนแน่นอน เลี
ผลลัพธ์คือเธอเรียนมาจนถึงมัธยมปลาย ถึงได้ยอมรับว่าตัวเองไม่ได้ฉลาดจริง ๆ มีความคิดด้านวิทยาศาสตร์ทั่ว ๆ ไป และการเรียนก็ต้องอาศัยการท่องจำอย่างหนัก แต่เธอพยายามอย่างมาก การสอบเข้ามหาวิทยาลัยเธอตั้งใจเรียนและทำโจทย์มากมาย
ตอนกลางคืนก่อนนอน ลู่เซี่ยได้นึกถึงเรื่องของหลี่ย่าหลานขึ้นมาอีกครั้ง จึงถามเจียงจวินโม่ว่า “คุณคิดว่าที่เธอทำแบบนี้วันนี้ เธอทำไปเพื่ออะไรกันแน่? หรือว่าเธอต้องการจะจัดการฉัน? แต่พวกเราเพิ่งเจอกันเป็นวันแรกเองไม่ใช่เหรอ
ในขณะที่หลี่ย่าหลานและเฝิงเจินจูกำลังคุยกันอยู่นั้น เสิ่นชิงชิงซึ่งอยู่ในห้องเดียวกันก็ยังคงยุ่งอยู่กับธุระของตัวเอง โดยไม่ได้สนใจพวกเธอเลย หลังจากที่พวกเธอคุยกันเสร็จ ข้างนอกก็มืดแล้ว ทั้งสองคนยังไม่ได้ล้างหน้าล้างตา เน
เฝิงเจินจูตอนนี้ก็มองไปที่หลี่ย่าหลาน ดูเหมือนจะให้เธออธิบายให้ชัดเจน พอเห็นหลี่ย่าหลานกัดริมฝีปาก แล้วพูดออกมาอย่างน้อยใจว่า “ฉันเพิ่งทักทายพี่เจียง ไม่รู้ว่าเขาเป็นปัญญาชน แล้วดันพูดบางอย่างผิดไป เลยอยากจะขอโทษน่ะ” “อ้
หลี่ย่าหลานที่ยืนอยู่กับที่ใบหน้าแดงก่ำ รู้สึกราวกับถูกตบหน้าอย่างแรง เพราะเธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเจียงจวินโม่ก็เป็นปัญญาชนเหมือนกัน! แล้วที่เธอเคยหัวเราะเยาะลู่เซี่ยว่าแต่งงานกับคนบ้านนอกนั้น มันไม่ดูโง่เง่าหรอกหรือ? แ
แต่พอได้พบกัน เธอก็วิเคราะห์บุคลิกของปัญญาชนเหล่านี้ได้คร่าวๆ แล้ว แน่นอนว่าเป็นเพียงปัญญาชนหญิงเท่านั้น เพราะเหล่าปัญญาชนชายนั้นยังไม่ได้สัมผัสมากนัก เพียงแต่เห็นว่าทั้งสองคนเป็นคนทางใต้ทั่วไป ตัวไม่สูง ดูผอมบาง และแตกต
หลังจากฟังคำพูดของเธอ ทั้งสามคนต่างก็มีสีหน้างุนงง ทั้งยังไม่มีใครขยับตัว ในที่สุดเฝิงเจินจูก็ก้าวออกมาถามว่า “ปัญญาชนลู่ มีแค่สองห้องพักจะจัดสรรยังไงล่ะ? พวกเราไม่ได้อยู่กันคนละห้องหรอกเหรอ?” พอลู่เซี่ยได้ยินคำถามก็ชะงั
ผู้ใหญ่บ้านหลิวครุ่นคิดสักพักแล้วเอ่ยว่า “ถ้าอย่างนั้นก็ได้ งั้นปัญญาชนกู้คิดเห็นอย่างไรล่ะ?” กู้เซี่ยงหนานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า “ถ้าทุกคนเห็นด้วย ผมก็ยินดี” เฉิงอวี้เจียวรีบพูดขึ้นทันที “ตกลงสิ ฉันยินดีให้พี
หลังจากทุกคนมากันพร้อมหน้าแล้ว ผู้ใหญ่บ้านก็พูดกับพวกเขาตรง ๆ ว่าหมู่บ้านได้รับแจ้งว่า ปีนี้จะมีปัญญาชนอีกหลายคนมาที่หมู่บ้านของพวกเขา ดังนั้นที่พักของปัญญาชนจะต้องเตรียมพร้อมเพื่อรับพวกปัญญาชนใหม่ ๆ และเนื่องจากลู่เซี่ย
จากนั้นก็ลู่เซี่ยก็ได้ยินคุณยายอีกคนพูดว่า “ใช่แล้ว พวกเธอน่ะมาจากในเมือง ไม่เหมือนกันพวกฉันหรอก ดูหน้าตา ผิวพรรณแล้วสวยมากเลย ดูลูกของเธอสิ ไม่เหมือนกับเด็กในหมู่บ้านเลย ไม่ซกมก!” ลู่เซี่ยในชาติก่อนเป็นคนปักกิ่งอยู่แล้ว
จวงหงเหมยที่วิ่งหนีไปอย่างตื่นตระหนกนั้น ทำให้ลู่เซี่ยรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง ทำไมถึงรู้สึกว่าเธอเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ นี่เธอเห็นลู่เซี่ยแล้วตกใจจนวิ่งหนีเลยหรือ? ลู่เซี่ยน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือ? หรือว่าเธอเกิดรู้สึกละอายใจขึ้
ลู่เซี่ยไม่เพียงแต่ไม่ได้ไปทำงาน แต่ปีนี้เพราะคลอดลูก เธอก็ไม่สามารถขึ้นเขาได้ด้วย พวกผักป่าบนภูเขาอะไรพวกนั้น ลู่เซี่ยก็ไม่สามารถขึ้นไปเก็บได้แล้ว เจียงจวินโม่เห็นว่าเธอชอบกิน เดิมทีคิดจะซื้อจากในหมู่บ้าน แต่ภายหลังคิดว
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลู่เซี่ยก็หันมาพยักหน้าและถอนหายใจ “ตามที่คุณพูดมา พวกเขาสองคนก็เหมาะสมกันดีนะ” “ใช่แล้ว” ซุนเสิ้งหนาน ก็พยักหน้าเช่นกัน “จะว่าไปก็เหมาะสมกันมากทีเดียว” ลู่เซี่ยยิ้ม “ถ้าเหมาะสมกันก็ดีแล้ว แล้วกำหนดวั
ซุนเสิ้งหนานมาถึงแล้วก็ถามเธอเบา ๆ ว่า “เธอได้ยินเรื่องที่อวี๋ฟางยอมหาคู่ในหมู่บ้านหรือยัง?” ลู่เซี่ยพยักหน้า “ครั้งก่อนได้ยินเสิ่นชิงชิงพูดถึง เป็นไง มีข่าวดีแล้วเหรอ?” ซุนเสิ้งหนานก็พยักหน้า “มีแล้ว เกือบจะตกลงกันแล้วด